ส.ส.เหนือเพื่อไทย หอบลำไย เข้าสภา จี้แก้ปัญหาราคาตกต่ำ ติงรัฐบาลเพิกเฉย ทั้งที่ส่งสัญญาณแล้ว แนะผ่อนปรนมาตรการ ห้ามจ้างแรงงานต่างถิ่น
วันที่ 21 ก.ค. 65 ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงข่าวกรณีที่ เกษตรกรสวนลำไยร้องเรียนผ่าน ส.ส.ในภาคเหนือของพรรคพท.หลังพบปัญหาราคาตกต่ำ ว่าเป็นผลมาจากกลไกการตลาดที่บกพร่องของรัฐบาล ไม่มีมาตรการช่วยเหลือและส่งเสริม การส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศ แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะกำลังเฝ้าระวังเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยต่อปัญหาของพี่น้องชาวสวนลำไย
นอกจากนี้รัฐบาล ยังออกมาตรการห้ามจ้างแรงงานเก็บลำไยต่างถิ่น ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับเกษตรกรชาวสวนลำไย ผู้ประกอบการกิจการรับซื้อลำไยและผู้รับจ้างเก็บลำไย ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จึงขอเสนอให้รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเป็นการส่งเสริมให้แรงงานมีรายได้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยตั้งกระทู้ถามสดและหารือในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง เพื่อส่งสัญญาณให้รัฐบาลเตรียมรับมือกับปัญหาดังกล่าว เนื่องจากมีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าผลผลิตลำไยในปีนี้ จะมีจำนวนมาก แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉย
ส.ส.พรรคเพื่อไทยจึงมีความกังวลเป็นอย่างมากและผิดหวังกับรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากปัจจุบัน ราคา ผลผลิตลำไย เกรด AA เหลืออยู่ที่กิโลกรัมละ 13 บาท เกรด A เหลืออยู่ที่กิโลกรัมละ 4 บาท สวนทางกับราคาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตัว จึงขอให้พี่น้องชาวสวนลำไยจดจำว่าใครคือคนที่ทอดทิ้งพวกเรา
นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามมาตรการที่นำเสนอว่าจะช่วยเหลือให้พี่น้องชาวเกษตรกรอยู่ดีกินดีได้ โดยราคาผลผลิตลำไยตกต่ำตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน แต่รัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยการออกมาตรการจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้องชาวสวนลำไยทั้ง 33 จังหวัดเพียง กิโลกรัมละ 2 บาท เป็นงบประมาณ 3 พันกว่าล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าค่าเช่ารถของกระทรวงกลาโหมเสียอีก เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าค่าเช่ารถแพงกว่าชีวิตของพี่น้องชาวสวนลำไยในภาคเหนือ