“กลุ่มแกนนำเครือข่ายแรงงาน” เข้ารายงานตัวที่ สน.นางเลิ้ง กรณีชุมนุมหน้าทำเนียบ ฮึ่บ รีบยกเลิกข้อกล่าวหาก่อนเอเปก หวั่นเจอปัญหาใหญ่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.ย. 2565 ที่สน.นางเลิ้ง กลุ่มแกนนำเครือข่ายแรงงาน เพื่อสิทธิประชาชน ได้แก่ น.ส.ธนพร จำปาทอง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข น.ส.สุลิลา ลืนคำ นายสนธยา วงษ์ศรีแก้ว และนายเซีย จำปาทอง เข้ารายงานตัวตามหมายเรียกข้อหาร่วมกันละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 ส.ค 2565

น.ส.ธนพร กล่าวว่า พวกเราไปชุมนุมเพื่อเรียกร้องนโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ประกาศไว้ว่าจะปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 450 บาท แต่ไม่ได้ทำ รวมถึงเรื่องปัญหาสินค้าราคาแพง เราพูดถึงการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ที่ทำให้เศรษฐกิจพัง จนทำให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แก่พวกเรา อยากถามว่ามันสมควรแล้วหรือ

“เราคิดว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตอนนี้ เกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้ พวกเราชุมนุมในที่โล่งแจ้ง มีการป้องกัน เช่น สวมหน้ากากอนามัย และมีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ และที่สำคัญไม่เคยปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อจากการเข้าร่วมชุมนุม ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าจะต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการต่อไป” น.ส.ธนพร กล่าว

ด้านนายสมยศ กล่าวว่า ตอนนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้เปลี่ยนเป็น พ.ร.ก.ฉกฉวย หวังจะใช้กฎหมายนี้กดหัวประชาชน ฉะนั้นเราจะโต้กลับ ทั้งการฟ้องร้องและการดำเนินคดี โดยกลุ่มของเราเป็นกลุ่มสหภาพแรงงาน สามารถร้องเรียนกับสหประชาชาติ และกรมแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ความเป็นประชาธิปไตยของเราถดถอย

นายสมยศ กล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุมเอเปกปีนี้จะเจอปัญหาใหญ่ เนื่องจากความถดถอยของเสรีภาพและประชาธิปไตย เราจะบอกนานาประเทศว่าไม่ต้องมาประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นเผด็จการ ล้าหลัง และกดขี่ประชาชน ถ้ามาประเทศไทยก็จะเจอปัญหาเผด็จการเช่นนี้ จึงฝากไว้ว่าขอให้รีบยกเลิกข้อหานี้ก่อนการประชุมเอเปก เพื่อทำให้หน้าตาของประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน