ส.ส.โจ้ ปูดมี ‘ไอ้โม่ง’ สั่งเร่งรัดลงนามสัญญาบริหารจัดการท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก บี้ ‘ประวิตร-อาคม’ ชะลอลงนามในสัญญา หวั่นรัฐเสียหาย

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2565 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ศาลปกครองสูงสุด มีคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาฉบับลงวันที่ 15 ส.ค.65 ในคดีหมายเลขดำที่ 1746/2564 ระหว่าง บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท อีสวอเตอร์ ผู้ฟ้องคดี คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ผู้ถูกฟ้องคดี บริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด ผู้ร้องสอด

โดยศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ที่มีคำสั่งรับคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา บริษัท อีสวอเตอร์ และมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับการดำเนินการตามประกาศเชิญชวนเอกชน เพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออกไว้ชั่วคราว ก่อนพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยกคำขอของผู้ฟ้องคดีนั้น

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า 1.คดีนี้ ตนยื่นเรื่องกล่าวโทษต่อ ป.ป.ช.ว่า เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับเอกชนหลายราย มีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันกระทำผิด และผูกขาดตัดตอน (ฮั้ว) ไม่เปิดให้แข่งขันอย่างเสรีตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประโยชน์ของประเทศและประชาชนเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของป.ป.ช.

2.คดีนี้ ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า การดำเนินการของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาตตะวันออก ได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

3.ขณะนี้มีไอ้โม่งเร่งรัดจัดให้มีการลงนามในสัญญา ดังนั้น วันนี้ตนจึงทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้ตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รอบคอบ และระมัดระวัง มิให้กระทำการใดผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ทำให้ประเทศและประชาชนเสียหาย

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้น นายประภาส คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะเกษียณอายุวันที่ 30 ก.ย.นี้ อย่าลงนามในสัญญาให้กับบริษัทใดในลักษณะทิ้งทวน หรือ อย่าจำยอมต่ออำนาจของใครก็ตามที่สั่งให้ลงนามสัญญาในทันที เพราะวันที่ 29 ก.ย. คณะรัฐมนตรีจะมีมติตั้งอธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่แล้ว ขอให้บุคคลทั้งหมดชะลอการลงนามในสัญญาบริหารจัดการท่อส่งน้ำในภาคตะวันออกไว้ก่อน เนื่องจากมีประเด็นความเสียหายมาก อาทิ ประเด็นแบ่งแยกค่าแรกเข้าทำสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เรื่องการชำระเงิน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี ส่วนแบ่งรายได้รายปี รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนคู่สัญญา

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า การที่ศาลสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว ไม่ได้เป็นบทบังคับให้ต้องลงนามในสัญญา อีกทั้งการที่รักษาการนายกฯ รมว.คลัง จะสั่งให้กรมธนารักษ์ชะลอการลงนามไว้ก่อน เพื่อรอคำพิพากษาของศาลปกครอง ย่อมทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะหากมีการลงนามในสัญญา ยังมีข้อโต้แย้งว่าการแบ่งแยกค่าแรกเข้า ออกเป็น 2 งวดดังกล่าว ยังมีความเสี่ยงว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน