ก้าวไกล จัดทัพ ส.ส.เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง พร้อมเป็นตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลง เชื่อ ยุบสภาก่อนครบวาระ ลั่น ‘พิธา’ พร้อมเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2565 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศไทม์ไลน์เลือกตั้งวันที่ 7 พ.ค.2566 ว่า พรรคก้าวไกลมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ทั้งตามกรอบเวลาที่ กกต.กำหนด และในกรณีเกิดกายุบสภาก่อนกรอบเวลา

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลเห็นว่าสิ่งที่จะเป็นอุปสรรคสำหรับทุกพรรคการเมือง คือการออกกฎเกณฑ์ของ กกต.เกี่ยวกับกรอบเวลา 180 วัน ก่อนครบวาระของสภาฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการกำหนดกรอบอย่างกว้าง แต่จะส่งผลต่อการทำหน้าที่ของผู้สมัครในเขตต่างๆ ในการจัดกิจกรรม

นายพิจารณ์ ยังกล่าวกรณีวาระนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งยังคงมีอำนาจในการยุบสภาด้วย ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะยุบสภาก่อนกำหนด

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลมีแผนสำหรับทุกกรณีอยู่แล้ว รวมถึงการเตรียมผู้สมัครส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยพรรคได้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคและประชาชน ผ่านแคมเปญก้าวไกล NEXT ล้วนให้น้ำหนักและเรียกร้องให้พรรคต้องคัดเลือกผู้สมัครที่มีอุดมการณ์ และความฝันยึดโยงร่วมกับพรรค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดงูเห่าขึ้นมาอีก

นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาการนายกฯ มีความพยายามปรับตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งเช่นกัน ตนมองว่าไม่สามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้อีกแล้ว เมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านมาในการเป็นแกนนำรัฐบาล

โดยจะเห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมและการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา ที่สะท้อนความนิยมที่ตกต่ำลงของพรรค และการเลือกตั้งรอบนี้จะเป็นการพิพากษาโดยประชาชน ที่จะบอกว่าประเทศนี้ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเฉพาะกิจ เพื่อการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารมีอำนาจอีกแล้ว

นายพิจารณ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนรัฐบาล แต่คือการเปลี่ยนประเทศ พรรคก้าวไกลไม่ได้ต้องการเพียงอำนาจและจำนวนส.ส.ในสภา กระบวนการคัดสรรผู้สมัครของพรรคมีเป้าหมายเพื่อให้ ส.ส.เป็นตัวแทนแห่งความเปลี่ยนแปลง ไม่ทรยศเสียงของประชาชน และจะเข้าไปยืนยันผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

เหมือนที่พรรคก้าวไกลทำมาตลอดในการขับเคลื่อนภายใต้เส้นแบ่งที่ชัดเจน ระหว่างผลประโยชน์ของกลุ่มทุนและความนิยมทางการเมืองกับหลักการและผลประโยชน์ของประชาชน เช่น กรณีพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า และกฎหมายสมรสเท่าเทียม

“พรรคก้าวไกลพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะนำเสนอชุดนโยบายต่างๆ ออกมา ทั้งนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เสนอมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ และชุดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์ทั้งการเมือง สังคม และเศรษฐกิจในขณะนี้” นายพิจารณ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน