อย่าเชื่อ! ข่าวลือ “เขื่อนแตก-อ่างเก็บน้ำเต็ม” รองโฆษกรัฐบาล ยันพร้อมรับ“พายุโนรู” ขอให้เชื่อมั่นต่อแผนรับน้ำ และการระบายน้ำของรัฐ

วันที่ 28 ก.ย.65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือน“พายุโนรู” ทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูล มีเขื่อนแตก หรือไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อีกแล้ว ผ่านสื่อโซเซียลจนเกิดความเข้าใจผิด จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนและความเคลื่อนไหวของสถานการณ์จากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด

น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน พบว่า สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 447 แห่ง มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 55,078 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72 ปริมาตรน้ำในอ่างฯ มากกว่าปี 2564 จำนวน 5,935 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 1,156.63 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 462.06 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 21,030 ล้าน ลบ.ม.

ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 50,688 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 71 ปริมาตรน้ำในอ่างฯ มากกว่าปี 2564 จำนวน 5,727 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 798.10 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 175.47 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 20,249 ล้าน ลบ.ม.

ในส่วนของอ่างเก็บน้ำภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักชลสิทธิ์ รวม 4 อ่างฯ มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 16,307 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 363.78 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 22.37 ล้าน ลบ.ม.สามารถรับน้ำได้อีก 8,564 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์ มากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป ของความจุอ่างฯ จำนวน 15 อ่างฯ อาทิ อ่างฯ แม่งัดสมบูรณ์ชล (87%) อ่างฯ จุฬาภรณ์ (85%) อ่างฯ อุบลรัตน์ (82%) อ่างฯ ลำตะคอง (81%) อ่างฯ สิรินธร (85%) อ่างฯ ทับเสลา (85%) อ่างฯ กระเสียว (82%) และอ่างฯ ศรีนครินทร์ (82%) ซึ่งหลายอ่างฯไม่ได้อยู่ในพื้นที่ๆจะได้รับผลกระทบจากมรสุม และหน่วยงานภาครัฐมีแผนบริหารจัดการหากจำเป็นต้องระบายน้ำไว้แล้ว เพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่รับน้ำได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

น.ส.รัชดา กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในประเทศไทย ยังสามารถรับน้ำได้ ขอให้เชื่อมั่นต่อแผนรับน้ำ และการระบายน้ำของรัฐบาล ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ พายุโนรูอยู่ตลอดเวลา

โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้จัดประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อติดตามสถานการณ์เตรียมการรับมือและพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของพายุ “โนรู” (NORU) รวมถึงติดตามแนวทางการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล และติดตามผลการดำเนินการการตรวจสอบความมั่งคงแข็งแรงของเขื่อนเพื่อป้องกันเกิดเหตุพนังกั้นลำน้ำแตก

รวมทั้งเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย และกลไกการแจ้งเตือนระดับน้ำที่คาดว่าจะสูงขึ้นในพื้นที่เสี่ยงให้ประชาชนเตรียมอพยพเคลื่อนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินที่สำคัญล่วงหน้าได้ทันสถานการณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน