จิรายุ หอบหลักฐานแน่น ยื่น ป.ป.ช.-ดีเอสไอ ฟัน บิ๊กการเมือง-ขรก. 4 กระทรวง คมนาคม แรงงาน พม. และทส. ซัดทุจริตอื้อ เดือนพ.ย.นี้ ยื่นเพิ่มอีก
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2565 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน กล่าวว่า หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตนในฐานะกมธ.กิจการศาลฯ ได้สืบหาข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญของ 4 กระทรวงที่มีการอภิปรายไป คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งบุคคลและเอกสาร และลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง พบว่า มีข้าราชการระดับสูงรู้เห็นเป็นใจ กระทำการผิดกฎหมายหลายฉบับอย่างเป็นกระบวนการ มีการแบ่งแยกหน้าที่ทำเป็นเครือข่าย นำไปสู่การทุจริต โดยที่ประชุมของกมธ. มีมติให้ส่งคำร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้เอาผิดกับผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเมือง ผู้บริหารกระทรวง และผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัด ที่กระทำความผิดต่อเนื่องกันในปีงบประมาณ 2563-2565
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า หลังจากพิจารณาสืบหาข้อเท็จจริง กมธ.ยังพบพยานหลักฐานสำคัญอันควรเชื่อได้ว่า ผู้บริหารระดับสูง ของกระทรวงและกรม มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้กับกลุ่มบริษัทเอกชน มีการแบ่งแยกหน้าที่กระทำกันเป็นเครือข่ายอย่างเป็นระบบ โดยวางแผนกำหนดนโยบาย และรูปแบบวิธีการประมูลโครงการจำนวนมากของกระทรวง มูลค่ารวมกันกว่า 1 หมื่นล้านบาทโดยเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน และมีพยานหลักฐานสำคัญอันเป็นองค์ประกอบความผิด
จึงมีมติให้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดที่มีมูลค่าสูง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมคล้ายองค์กรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน เป็นเครือข่าย จึงส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอรับดำเนินการเป็นคดีพิเศษต่อไป
“ในส่วนของกระทรวง พม.นั้น ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไปก่อนแล้ว ทราบว่า ป.ป.ช.ได้ตั้งกรรมการไต่สวนแล้ว และ กมธ. พบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจะทยอยนำส่งป.ป.ช.ในเร็ววันนี้ นอกจากนี้ยังมีอีก 1-2 กระทรวงที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ จะเร่งส่งสำนวนคำร้องทุกข์กล่าวโทษให้กับ ป.ป.ช.และดีเอสไอเพิ่มภายในเดือนพ.ย.นี้” นายจิรายุ กล่าว