บิ๊กป้อมย้ำ ขอทุกคนจงภาคภูมิใจ กับการเป็นข้าราชการ รับใช้ชาติและประชาชน ได้ทุ่มเทอุทิศเสียสละ ฝ่าฟันอุปสรรคพัฒนาประเทศ เจริญรุ่งเรือง
วันที่ 29 ก.ย.2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2565 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยปีนี้มีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ที่ครบเกษียณอายุราชการจำนวน 14 ราย โดยบิ๊กป้อมได้ย้ำถึงการรับราชการของทุกคนซึ่งทำงานด้วยความรักในชีวิตข้าราชการ แม้ต้องแลกด้วยความทุ่มเทอุทิศเสียสละเพียงใด แต่ทุกคนก็ภาคภูมิใจในการได้เป็นข้าราชการที่มีโอกาสได้รับใช้ประเทศชาติและประชาชน
นายอนุชา กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าครั้งนี้ว่า เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2565 ซึ่งเป็นธรรมเนียมในการมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อจะได้ร่วมกันขอบคุณ และอำลาปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เกษียณอายุราชการในปีนี้
โดยอยากให้บรรยากาศการประชุมวันนี้เป็นไปอย่างผ่อนคลาย ได้คุยกันอย่างเพื่อนร่วมงานที่ได้ร่วมกันเผชิญฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคในการแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนตลอดมา และในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำถึงการรับราชการของทุกคนซึ่งทำงานด้วยความรักในชีวิตข้าราชการ แม้ต้องแลกด้วยความทุ่มเทอุทิศเสียสละเพียงใด แต่ทุกคนก็ภาคภูมิใจในการได้เป็นข้าราชการที่มีโอกาสได้รับใช้ประเทศชาติและประชาชน
ทางรองนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านชีวิตการรับราชการจึงรู้ดีว่าต้องเสียสละเพียงใด พร้อมชื่นชมและแสดงความยินดีที่ทุกคนได้ประสบความสำเร็จ ก้าวมาถึงตำแหน่งสูงสุดในอาชีพข้าราชการ ซึ่งก็ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ยศตำแหน่งสูงสุดเท่านั้น หากแต่เป็นโอกาสและความรับผิดชอบสูงสุด ที่ทุกคนได้รับความไว้วางใจในการรับใช้แผ่นดินถิ่นเกิด และขอให้ทุกคนภาคภูมิใจเสมอว่าคือส่วนหนึ่งที่ได้นำพาบ้านเมืองสู่ความเจริญรุ่งเรือง และยามใดที่บ้านเมืองประสบปัญหาภาวะวิกฤต
ทางหัวหน้าส่วนราชการก็เป็นกลไกหลักสำคัญที่ได้นำพาบ้านเมืองผ่านช่วงเวลาแห่งวิกฤตนั้น สำหรับในส่วนของหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงฯ ที่ครบเกษียณอายุราชการ จากนี้ไป แม้ว่าชีวิตราชการจะเดินมาถึงวันเกษียณแล้ว แต่เชื่อมั่นว่าทุกคนจะยังเป็นผู้นำในภาคพลเมืองที่สร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับสังคมในภาคส่วนต่าง ๆ ด้วยประสบการณ์อันล้ำค่าเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการและคนรุ่นหลังต่อไป
ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับฟังการรายงานสรุปผลงานสำคัญของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) จากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผ่านการนำเสนอวีดิทัศน์ โดยกล่าวถึงการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดประเทศ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์กลางสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ในการบริหารราชการแผ่นดิน ได้ปรับบทบาทภารกิจเพื่อสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ในการบริหารราชการแผ่นดินให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานในยุค New Normal
โดยรัฐบาลมีนโยบายมุ่งสู่การดำเนินมาตรการเปิดประเทศ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเป็นปีที่มุ่งมั่นการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ – เศรษฐกิจหมุนเวียน – เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG รองรับการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC การลดก๊าซเรือนกระจก การเตรียมความพร้อมของจังหวัด พัฒนาความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ อำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าและพำนักในประเทศ รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกภายหลังการเปิดประเทศ ตลอดจนมุ่งแก้ปัญหาความยากจน ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
สำหรับข้าราชการที่เกษียณอายุในปีนี้ ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน


