เครือข่ายกัญชา ยื่นหนุนร่างพ.ร.บ.กัญชา ศุภชัย เผยถกกมธ.นัดสุดท้ายวันนี้ ก่อนเสนอกลับเข้าสภาอีกรอบ ชี้ ปชป.-พท.ส่งประเด็นข้อห่วงใยแล้ว
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 3 ต.ค.2565 ที่รัฐสภา เครือข่ายต่างๆ ประกอบด้วย สมาคมวิจัยแห่งประเทศไทย เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพืชสมุนไพรทางการแพทย์เพื่อสังคม สมาคมอุตสาหกรรมกัญชา กันชง กลุ่มสายเขียว และสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว
นายพิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยฯ กล่าวว่า สมาคมฯมองเห็นศักยภาพของกัญชา กัญชง ที่จะพัฒนาประเทศได้ และสิ่งที่กมธ.ได้ยกร่างและพิจารณาปรับปรุงมาตราต่างๆ ทางสมาคมฯมองเห็นว่าน่าจะไปได้เพราะมีคนที่มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ใช้ยาอยู่ ก่อนหน้านี้เข้าถึงได้ยาก และไม่มีคุณภาพ ซึ่งการมีร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้อย่างมีคุณภาพและใช้ได้อย่างถูกต้อง
ส่วนที่กังวลว่าจะถูกนำไปใช้ในเชิงสันทนาการนั้น ตนคิดว่าประกาศของกระทรวงสาธารณสุขมีความครอบคลุมอยู่แล้ว แต่หากพิจารณาตามร่างพ.ร.บ. ก็ออกเพิ่มเติมได้ เพื่อให้มีโทษทางอาญาได้ เช่นการขายให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18-20 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ฉะนั้นเพื่อไม่ให้มีสุญญกาศมาก เราจึงอยากเรียกร้องให้สภา พิจารณาให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวผ่านวาระ 2 และ3 รวมถึงให้ผ่านที่ประชุมวุฒิสภาและมีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย เราเห็นด้วยแต่มีบางข้อที่เราให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้จะมีการปลดล็อกแล้ว แต่ยังไม่มีการคุมอย่างเต็มที่ หากมีประกาศกระทรวงหรือร่างพ.ร.บ.ออกมาแล้วน่าจะคุมได้มากกว่านี้
ด้านนายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้กมธ.ประชุมครั้งสุดท้ายหลังจากได้รับประเด็นข้อสงสัย และข้อห่วงใย จากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และพรรคเพื่อไทย(พท.) แล้ว ซึ่งพบว่า สิ่งที่ห่วงใยไม่ได้อยู่นอกเหนือจากในร่างพ.ร.บ.ที่เราเสนอต่อสภาเลย อย่างน้อยแสดงให้เห็นว่า เราไปในทิศทางเดียวกัน จึงหวังว่าเมื่อเสนอเข้าสภาอีกครั้ง ทางสภาจะบรรจุวาระแล้วพิจารณาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะขณะนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วง แม้จะมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุข แต่ความเสรี มันไม่มีจำกัดและกลับมีมากเกินไป ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะคุ้มครองสังคมให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นอย่างสบายใจได้
สิ่งที่เราได้ข้อสรุปอีกอย่างหนึ่งคือ ปัญหาสังคมไทยมีความไม่รู้ ไม่เข้าใจในเรื่องกัญชาเพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้น กมธ. จึงได้เขียนไว้ในร่างกฎหมาย มอบอำนาจให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบต้องให้ความรู้ การศึกษากับสังคมให้มากขึ้น เพราะไม่อยากให้ประโยชน์ของกัญชาที่มีอย่างมากมายต้องตกไป เพราะมีปัจจัยอื่นเข้า หากสภาได้รับรู้เจตนารมณ์นี้ จะเดินหน้าผลักดันออกมาเป็นกฎหมายได้ภายในสภาชุดนี้