รำลึก 46 ปี 6 ตุลา “อนุสรณ์ อุณโณ” ชี้ นศ.ยังไม่ตายจากสมรภูมิการเมืองไทย “กลุ่มราษฎร” อ่านแถลงการณ์ จี้ยุบสภา คืนอำนาจปชช.

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ที่ลานประติมานุสรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายนักศึกษาจัดงาน 6 ตุลา จัดงานรำลึก 46 ปี 6 ตุลา โดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ภาพจำของเหตุการณ์ 6 ตุลา คือ ภาพการสังหารนิสิต นักศึกษา อย่างโหดร้ายผิดมนุษย์ และสร้างความทรงจำร่วมให้สังคมไทยว่า ในเวลาหนึ่งนิสิต นักศึกษา เคยเป็นหัวขบวนในการเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตย วันนี้ผ่านมา 4 ทศวรรษ นิสิต นักศึกษา กลับมาเป็นหัวขบวนทางการเมืองอีกครั้ง เป็นการสร้างความหวังให้ฝ่ายที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง เยาวชนหนุ่มสาวยังไม่หายไปไหน ยังไม่ตายไปจากสมรภูมิการเมืองไทย

การกลับมาของนิสิต นักศึกษา สร้างความหวาดวิตกให้ฝ่ายผู้ปกครอง แต่การใช้มาตรการรุนแรงกับการชุมนุม และการตั้งข้อหาผู้ชุมนุมกว่า 1,800 ราย ส่งผลให้ผู้ต้องการความเปลี่ยนแปลงบางส่วนท้อแท้สิ้นหวัง การที่เขาลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวไม่ได้เกิดจากการชี้นำของใคร เขายังจะยังเป็นพลังท้าทายผู้ปกครองจนทุกวันนี้ ด้วยยังมีเงื่อนไขจากความฉ้อฉลของผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะล่าสุดจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายกฯ ยังอยู่ในตำแหน่ง เป็นการตอกย้ำว่าลำพังกลไกรัฐสภา และองค์กรอิสระ ไม่สามารถทำให้ผู้มีอำนาจเหล่านี้หลุดลอดออกไปได้ จึงเป็นสิ่งที่เราต้องขับเคลื่อนต่อไป

ต่อมา เวลา 10.07 น. น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มราษฎร อ่านแถลงการณ์และแนวทางหลังจากนี้ ว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลไกที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สร้างไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภา ที่ประกอบไปด้วย ส.ส. และส.ว. จากการเลือกตั้ง องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือเงื่อนไขกรอบการทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร เป็นเครื่องมือค้ำจุนอุ้มชูการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร และไม่ว่าข้อเท็จจริงจะชัดเจนเพียงใด กลไกเหล่านี้ก็ไม่เคยทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องพ้นจากอำนาจได้

ช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 รุมเร้า ตามด้วยพิษเศรษฐกิจ และปัญหาน้ำท่วมกับการจัดสรรทรัพยากร เราไม่เห็นบทบาทของรัฐบาลชุดนี้ในระดับนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาอะไรได้ด้วยสติปัญญา มีเพียงการทำงานปะผุ เฉพาะหน้า สร้างภาพให้ตัวเองไปวันๆ ขณะที่รัฐสภาก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทางออกใดๆ ให้กับประเทศชาติ และยังปรากฏเหตุการณ์สภาล่มหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่ฝ่ายรัฐบาลกุมเสียงข้างมากไว้ได้ชัดเจนแล้ว และกฎหมายฉบับสำคัญๆ ก็ไม่ได้ผ่านออกมาเลย

น.ส.ภัสราวลี กล่าวต่อว่า เราราษฎรทั้งหลายจึงไม่อาจเชื่อว่า รัฐบาล และรัฐสภาชุดปัจจุบันจะพาประเทศไปทิศทางใดได้ การคงอยู่ต่อไปมีแต่เพื่อการซื้ออำนาจ เพื่อให้ตัวเอง และพวกพ้องเสวยสุขต่อไปบนความทุกข์ของประชาชนเท่านั้น บัดนี้เหลือเวลาอีกไม่เกิน 7 เดือนก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง ประชาชนจะได้ร่วมกันกำหนดอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย ซึ่งเราไม่อาจนอนรอให้เวลามาถึงเอง ระหว่างที่พวกเขาครองอำนาจ และจะทําอะไรกับประเทศนี้อย่างไรก็ได้

เราราษฎรขอเรียกร้องให้มีการยุบสภา และคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยจะต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย 3 ประการ ดังนี้ 1.ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องรีบวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งที่ค้างอยู่โดยเร็วที่สุด โดยกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน และพิจารณาให้กฎหมายเลือกตั้งได้รีบบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับ ระบบการเลือกตั้งที่จะใช้ในอีกไม่เกิน 7 เดือนข้างหน้า

2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องรีบออกกติกามีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะทำอะไรได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง และบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกันกับผู้สมัครทุกพรรค ต้องประกาศวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งโดยเร็ว โดยให้ประชาชน และผู้สมัครส.ส.ทุกพรรคร่วมกันออกแบบได้ ต้องประกาศสูตรคำนวณที่นั่งส.ส.ให้ชัดเจน รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง การนับคะแนน การรายงานผลคะแนน และกำหนดวิธีการรายงานผลคะแนนที่โปร่งใส โดยเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

3.คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมให้เร็วที่สุด และประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งนี้ หากไม่มีการตอบรับ ไม่มีความคืบหน้า เรื่องการดำเนินการคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว เราขอประกาศที่จะเดินหน้าเรียกร้องโดยเฉพาะเจาะจงกับพรรคการเมืองทุกพรรค ให้ร่วมกันกดดันไปยังครม.เพื่อให้ประกาศ ยุบสภา และร่วมกันเรียกร้องไปยังกกต.ให้เตรียมจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส และเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน