เมื่อวันที่ 1 ก.พ. พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง คสช.และรัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป ระบุว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 และได้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ คสช.และรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาแต่กลับสร้างปัญหาสำคัญที่จะเป็นวิกฤตของชาติในอนาคตต่อไป ดังนี้ 1.ได้ใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ออกประกาศและคำสั่งจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สื่อมวลชน และนักวิชาการ แม้มีรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ยังคงคำสั่งและประกาศที่ละเมิดสิทธิ 2.มีการแต่งตั้งคนของตนเอง เพื่อทำหน้าที่ในองค์กรอิสระและองค์กรต่างๆ ทำให้ขาดความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ ถูกชี้นำโดย คสช.และหัวหน้า คสช.ได้ 3.ใช้กลไกที่ตนเองสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภามาเป็นฐานอำนาจแก่ตนเองในอนาคต การเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การเขียน พ.ร.ป. พรรคการเมือง และใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อสร้างความอ่อนแอให้พรรคการเมืองเดิม สร้างความได้เปรียบแก่พรรคการเมืองใหม่ 4.ไม่เคารพและยึดมั่นในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ด้วยการออกคำสั่งที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายพรรคการเมือง ล่าสุดผู้นำ คสช. (พล.อ.ประวิตร) ออกมาข่มขู่ผู้ที่เรียกร้องให้คืนสิทธิ เสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย อ้างว่าตนเป็นรัฎฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่แสดงให้เห็นว่าไม่ยอมรับในการมีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด

แถลงการณ์ ระบุว่า 5.ไม่สามารถแก้ปัญหาสำคัญของประเทศไทย ล้มเหลวในการสร้างความสามัคคีปรองดอง คสช.เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง กระบวนการสร้างความปรองดองผิดพลาด นำแต่พวกพ้องและเครือข่ายของตนเข้ามาเป็นกรรมการ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมได้ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสังคม การค้ามนุษย์และยาเสพติด รวมถึงปัญหาอาชญากรรมยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นได้ ทั้งเรื่องการซื้อไมค์ราคาแพงใช้ในห้องประชุม ครม. อุทยานราชภักดิ์ การจัดซื้อเรือดำน้ำ ข่าวการทุจริตในโครงการ 9101 การทุจริตใน อผศ. การอนุญาตให้เอกชนใช้พื้นป่าโดยผิดกฎหมาย เป็นต้น รวมถึงกรณีแกนนำ คสช.บางส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องจีที 200 และ เรือเหาะ ก็ไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เรื่องการครอบครองนาฬิการาคาแพงของพล.อ.ประวิตรกว่า 25 เรือนที่พล.อ.ประยุทธ์บอกปัดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว รวมถึงใช้อำนาจแทรกแซงการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระบางองค์กร แม้ว่าจะมีปัญหาขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม กรรมการบางคนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำ คสช.

แถลงการณ์ ระบุอีกว่า ปัญหาวิกฤตผู้นำ หัวหน้า คสช.และนายกฯ มีปัญหาวิกฤตศรัทธา เนื่องจากเป็นผู้ไม่รักษาคำพูดในเรื่องต่างๆ เช่น พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวยืนยันว่าทหารจะไม่ปฏิวัติ แต่ก็ทำการรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.57 หรือการ
จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์และถูกคว่ำโดย สปช. กำหนดเงื่อนไขและจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลายกร่างยาวนาน ที่สำคัญหัวหน้า คสช.ให้สัญญากับประชาชนและนานาชาติว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่ก็ผิดคำพูดมาโดยตลอด ล่าสุดให้สัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน พ.ย.61 แต่กลับยืดเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 90 วัน ซึ่งชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนไปและคงไม่เกิดขึ้นก่อน ก.พ.62 หรืออาจจะไม่มีในปี 62 รวมถึงการโจมตีใส่ร้ายนักการเมืองต่างๆ นานา แต่ พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งยอมรับว่าตนเองเป็นนักการเมือง

พรรคเพื่อไทย จึงเห็นว่า คสช. และรัฐบาลและแม่น้ำ 5 สาย เข้าข่ายสมคบคิดกันใช้กลไกทางอำนาจและกลไกตามรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในการได้อยู่ในอำนาจต่อไป โกงกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ผิดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อนานาชาติและประชาชน ทำให้ คสช.และรัฐบาลหมดความชอบธรรม สี่ปีของการยึดอำนาจการปกครอง ได้พิสูจน์ให้คนไทยและสังคมโลกเห็นอีกครั้งแล้วว่าการรัฐประหาร โดยล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่อาจแก้ไขปัญหาของประเทศได้ กลับจะสร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศในวงกว้าง ทางออกที่ดีที่สุดของ คสช.คือการคืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน