เพื่อไทย รุมสับ “ประยุทธ์” เลิกสำคัญตัวเอง แนะรู้จักพอ ปูด ส.ว.แก้รธน.หวังปลดล็อกคุณสมบัติตัวเอง เชื่องูเห่าเต็มสภา หากปลดล็อกเป็นนายกฯ ได้ไม่สิ้นสุด
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ม.ค. 2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดเสวนา “ประเทศไทยต้องไปต่อ แต่ประยุทธ์ต้องพอเถอะ” โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค ร่วมเสวนา
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศว่าประเทศไทยต้องไปต่อ ขณะเดียวกันยังสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หวังส่งสัญญาณว่าประเทศไทยจะขาดตัวเองไม่ได้ ทั้งที่จะได้ ส.ส.ถึง 30 คนหรือไม่ แต่พล.อ.ประยุทธ์ควรหยุด เนื่องจาก 1.ที่มาของพล.อ.ประยุทธ์ มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งคนยึดอำนาจการปกครองถือเป็นกบฏตามกฎหมาย
เมื่อยึดอำนาจเสร็จจึงนิรโทษกรรมตัวเองให้การยึดอำนาจไม่เป็นความผิด ลงโทษไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การยึดอำนาจเป็นความผิด ไม่มีอายุความ ห้ามให้มีการยึดอำนาจและผิดต่อประเพณีการปกครองของประเทศ 2.การแต่งตั้งตัวเองเป็นนายกฯ แต่งตั้งองคาพยพเสนอกฎหมาย เช่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้งสภาปฏิรูปประเทศ จนถึงปัจจุบันการปฏิรูปประเทศยังไปไม่ถึงไหน เมื่อให้ส.ว.มาทำเรื่องปฏิรูปกลับไม่มีความคืบหน้า
นายชูศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่ให้ ส.ส.โหวตนายกฯ แต่ส.ว.บอกจะแก้มาตรา 158 เรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี แต่ตนรู้ลึกกว่านั้น ทราบมาว่า ส.ว.จะเสนอปลดล็อกแก้ไขคุณสมบัติ ส.ว.ด้วย จากเดิมหาก ส.ว.จะสมัครเป็น ส.ส. ต้องพ้นจากตำแหน่งเกินกว่า 2 ปี ให้เป็นไม่มีกำหนด หาก ส.ว.ทำแบบนี้จริงคงสุดยอดโกลาหล การเมืองจะยิ่งเลวลง บางคนเป็น ส.ส.พรรคนี้ แต่ไปโหวตให้อีกพรรคหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าปฏิรูปการเมืองล้มเหลว ปฏิรูประบบราชการล้มเหลว
เราไม่เคยเห็นมาก่อนว่า วันดีคืนดีจะได้เห็นเงินจำนวนมากในห้องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่น่าสังเวชใจที่ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ คือเห็นภาพนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยืนเข้าแถวถือพวงมาลัยใส่พานให้รัฐมนตรี หากพล.อ.ประยุทธ์ยังกระชากลากถูประเทศไปแบบนี้ แล้วคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญต้องไปต่อ ประเทศจะยิ่งดิ่งลง ท้ายที่สุดจะตกต่ำที่สุดในเอเชีย
“การที่พล.อ.ประยุทธ์ ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจตัวเอง อยู่ๆ สะดุดขาตัวเอง จะแก้ไขให้การดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี ถ้าเป็นผมคงอยู่ไม่ได้ เพราะการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ครบวาระ 8 ปีก็จริง แต่ตุลาการอีก 3 เสียงบอกว่าขาดคุณสมบัติแล้ว เพราะดำรงตำแหน่งมา 8 ปี การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่ขาดคุณสมบัติ เสียงต้องเอกฉันท์ สะอาด ปราศจากราคีทั้งหลายทั้งปวง” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย
ด้านนายสุทิน กล่าวว่า ก่อนอยากจะอยู่ต่อ อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาและมองเห็นถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ได้แก่ 1.ข้อกฎหมาย เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าการดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องไม่เกิน 8 ปี ซึ่งในข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดทำหน้าที่ตั้งแต่เดือน ส.ค.65 แต่กลับขอเป็นต่ออีก 2 ปี ไม่มีข้อกฎหมายในประเทศจะให้เป็นนายกฯ อีกครึ่งวาระแต่อย่างใด
2.สามัญสำนึก วันนี้พล.อ.ประยุทธ์จะมาเปลี่ยนบรรทัดฐานใหม่ สร้างมรดกทางความคิดที่เลวร้ายให้ลูกหลาน 3.ความเคารพต่อความรู้สึกประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ต้องดูว่าปฏิกิริยาสังคม โพลต่างๆ มีต่อตนเองอย่างไร ตนไม่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่รู้ว่าประชาชนเกลียดตัวเอง เพราะการเผยแพร่ข่าวสารในโซเชียลมีเดียทุกวันนี้ คนในครอบครัวและลูกน้องต้องบอกอยู่แล้ว
4.สำนึกในความรับผิดชอบต่อประเทศ หากพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อท่ามกลางภาพอนาคตที่จะแย่ลงกว่าวันนี้ ต้องลงทุนทำอะไรบ้าง แต่กลับสร้างพรรคเฉพาะกิจ ตัดต่อพันธุกรรมซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีต สร้างความเสียหายให้ประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ และยังจะวางแผนต่อสู้อีก 5.ธรรมะ โลกนี้ต้องมีความพอดี ยกตัวอย่างระบบจักรวาล ดวงอาทิตย์มีขึ้น มีลง หากดวงอาทิตย์ไม่ลงภายใน 12 ชั่วโมงโลกจะไหม้เป็นจุณ ต้องมีเวลาอยู่ที่พอดี เช่นเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ต้องมีเวลาที่รู้จักพอ
“ผมเชื่อว่าประธานสภาฯ เป็นของฝ่ายเพื่อไทยแน่ แต่หากคุณจะเป็นรัฐบาลแบบถูลู่ถูกัง จะผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจทีต้องแจกกล้วย เพราะเป็นรัฐบาลแบบเป็ดง่อย อ่อนเปลี้ย อย่าทำเพื่อสนองกิเลสตัวเองอีกเลย ตอนนี้ประเทศจมดิ่งลงในโคลนแล้ว ในการอภิปรายตามมาตรา 152 ความจริงของพล.อ.ประยุทธ์จะต้องเปิดเผย เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านและประชาชน สุดท้ายจะยุบสภาหนีอภิปราย แล้วประชาชนจะลงโทษในการเลือกตั้ง” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ จากพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับไปสมัครสมาชิกของอีกพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อจุดมุ่งหมายเป็นแคนดิเคตนายกฯ และเพื่อเป็นนายกฯ ต่ออีก 2 ปี ยิ่งไปกว่านั้น ส.ว.ตั้งใจปลดล็อกให้สามารถเป็นนายกฯ ได้ไม่สิ้นสุด
หากปลดล็อกให้เป็นนายกฯ ได้ไม่สิ้นสุด สิ่งน่ากังวลคือ พล.อ.ประยุทธ์จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคฝ่ายค้านได้เสียงเกินครึ่งในสภา ก็จะมีงูเห่าเต็มสภา เพื่อให้รัฐบาลอยู่ได้ ที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ ประเทศไทยฟื้นตัวช้าที่สุด เศรษฐกิจโตเป็นอันดับท้ายๆ ในอาเซียน ต้องแก้ปัญหาส่งออก แต่กลับไม่เคยเจรจาการค้า ปัญหาการคอร์รัปชั่นยิ่งเลวร้ายมาตลอด
“ดังนั้น ก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น ขอเรียกร้องให้ ส.ว.ร่วมปิดสวิตช์ตัวเอง เพื่อให้เลือกตั้งมีผลสะท้อนความต้องการประชาชนจริงๆ และเพื่อไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เสียงเพียงพอไปต่อ” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย