ถ้าตะวัน แบม เป็นอะไรไป คุณจะยังพูดได้ไหมว่าเมืองไทยเมืองพุทธ ผู้หลักผู้ใหญ่ประเทศนี้มีศีลธรรม
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย? อ้างว่าทั้งสองคนถอนประกันตัวเอง แล้วจะมาอดน้ำอดอาหาร เรียกร้องให้ประกันทำไม
บิดเบนกันหนาๆ ตะวัน แบม ถอนประกันตัวเองเพื่อประท้วงที่ผู้ต้องขังคดีการเมือง 11 คนไม่ได้ประกัน แล้วยังถอนประกัน เก็ท, ใบปอ เพื่อนอีก 2 คน เพียงเพราะไปร่วมม็อบต้านเอเปค
เมื่อตะวัน แบม ถอนประกันตัวเอง ก็รวมเป็น 15 คน ซึ่งถ้าทั้ง 15 คนได้ประกัน แม้ยังไม่ได้ 3 ข้อที่เธอเรียกร้อง ก็น่าจะเจรจาให้เลิกอดน้ำอดอาหารได้
แต่ปรากฏว่า ศูนย์ทนายยื่นขอประกัน 9 คนแรก ทั้งวันพุธ วันพฤหัสฯ ก็ไม่ได้ประกัน
การประกันตัวเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม (แล้วแต่จะอ้าง เห็นชอบอ้างนิติธรรมกันจัง) เว้นแต่จะหลบหนีหรือข่มขู่พยาน 15 คนนี้เป็นเด็กวัยรุ่น ทะลุแก๊ซ ทะลุวัง มีอิทธิพลอะไรไปข่มขู่พยาน แล้วหลายคนก็มามอบตัวเอง ไม่มีพฤติกรรมว่าจะหลบหนี
ไม่รู้เพราะอะไร หลายคนโดนข้อหาหนักกว่า 15 คนนี้ยังได้ประกัน ไม่ว่าผู้ต้องหาการเมือง หรือฉ้อฉล มาเฟีย บ่อนพนัน ฯลฯ
ที่พูดว่า 112 ข้อหาร้ายแรง ก็อย่าลืมว่า ตะวัน แบม ใบปอ โดน 112 เพียงเพราะทำโพลเท่านั้น ไม่ได้พูดจาอาฆาตมาดร้าย การทำโพลก็เปิดให้คนอีกฝ่ายไปแปะความเห็นตรงข้ามได้ และการทำโพล นี้คนอีกฝ่ายก็ไปทำเหมือนกัน
จาตุรนต์ ฉายแสง ชี้ชัดว่า ถ้าให้ประกันผู้ต้องหาและจำเลยคดีการเมืองทุกคน โดยไม่ตั้งเงื่อนไข “ที่ไม่สอดคล้องกับ ป.วิอาญาและรัฐธรรมนูญ” เช่นติดกำไล EM กำหนดเวลาห้ามออกจากบ้าน ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง และไม่ถอนประกันด้วยเหตุผลที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สถานการณ์เฉพาะหน้าก็น่าจะคลี่คลาย
อันที่จริงก็น่าจะคลี่คลายก่อนหน้านี้ ถ้าทยอยให้ประกัน ไม่ถอนประกัน แล้วให้การเมืองไปตัดสินกันในสนามเลือกตั้ง ซึ่งหลายพรรคกระทั่งพลังประชารัฐก็ชู “ก้าวข้ามความขัดแย้ง”
คนที่ออกมาเรียกร้อง จึงไม่ได้เรียกร้องเกินกระบวนการยุติธรรม สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อันที่จริงหลายคนก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการอดน้ำอดอาหาร อยากให้ถอย แต่ไม่รู้จะทำให้เปลี่ยนใจได้อย่างไร มีแต่ออกมาร่วมเคลื่อนไหวเพื่อหาทางออก
กลับโดนหาว่ายุยง บางคนก็เย้ยหยัน (ธนาธร, พิธา) ทำไมไม่ไปอดอาหารบ้างล่ะ
น่าสมเพชว่าสังคมไทยใจดำได้เพียงนี้ ไม่ว่าพวกเกลียดติ่งส้ม พวกมองว่าเด็กถูกปลุกปั่น (สมัยตัวเองเป็นวัยรุ่นคงโดนปลุกปั่น) หรือพวกอนุรักษนิยมที่เชื่อว่า จะปกปักรักษาศีลธรรมความดีงามประจำชาติได้ด้วยการจับเด็กจับคนรุ่นใหม่เข้าคุก โดน 112 เสีย ให้เข็ดให้หลาบจำ
จริงเรอะ การใช้อำนาจใช้กำลังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ สามารถปกป้องศีลธรรมคุณธรรม
งั้นจะต่างอะไรกับ “ตำรวจศีลธรรม” ของอิหร่าน ที่จับผู้หญิงไม่สวมฮิญาบ ทำให้เธอเสียชีวิตจนเกิดการประท้วงใหญ่ยาวนาน ถูกยิงตายถูกประหารเกินครึ่งพัน
ที่อิสราเอลก็ประท้วงต่อต้านรัฐบาลผสม ที่พรรคหนึ่งเหยียดเชื้อชาติและต่อต้านคนอาหรับ อีกพรรคหนึ่งเกลียดผู้หญิงและรักร่วมเพศ
คนพวกนี้ รวมถึงตาลิบัน หรือพวกหนุนทรัมป์ พวกฝ่ายขวาคลั่งศาสนาในยุโรป ละตินอเมริกา ฯลฯ ล้วนแต่เชื่อว่าตัวเองกำลังปกป้องโลกให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ต่อต้านโลกใหม่ไร้ศีลธรรม ด้วยกันทั้งนั้น
แต่ผลเป็นอย่างไร ก็น่าจะรู้กัน ถ้าคลั่งศีลธรรมจนฆ่าฟันคนอื่น ยุให้ฆ่า หรือเพิกเฉยเมื่อเห็นคนตายต่อหน้า ก็ตามมาด้วยความเสื่อมทราม ไม่มีศาสนาไหนสอนให้ทำอย่างนั้น
ศีลธรรมไทยมีอะไรบ้าง สัตย์ซื่อ ถือศีล กตัญญูรู้คุณ เข้าวัดทำบุญ เชื่อฟังเคารพผู้ใหญ่ ฯลฯ
ความซื่อสัตย์พังไปแล้ว รัฐประหารปราบโกงกลายเป็นโกงวินาศ กตัญญูเชื่อฟัง? ถ้าผู้ใหญ่ทำตัวน่าเคารพนับถือ มีหรือเด็กจะไม่ฟัง ผู้ใหญ่เอาแต่ใจตัวต่างหาก เป็นปัญหากับเด็ก ไม่ว่าพ่อแม่ครูอาจารย์
เข้าวัดทำบุญ วัดทุกวันนี้ล้นไปด้วยวัตถุ แทบไม่เหลือที่วางถังสังฆทาน
พระพุทธเจ้าสอนให้ตั้งสติ มีปัญญา ควบคุมอารมณ์ รักโลภโกรธหลง ใช่เลย แต่ใครเอ่ยล้นไปด้วยโมหะโทสะ สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงปราบปราม ใช้กระสุนจริง กระสุนยาง บิดเบือนอำนาจ ใช้ความอยุติธรรม แล้วเข้าวัดฟังธรรม ระงับรักโลภโกรธหลง?
ว่าที่จริงศีลธรรมไม่ได้เสื่อม พวกที่เชื่อว่าตัวเองมีศีลธรรมต่างหาก เสื่อมทราม ศีลธรรมเคลื่อนย้ายมาสถิตกับคนรุ่นใหม่ เพียงแต่ในโลกสมัยใหม่กติกาบางอย่างก็เปลี่ยนไป
เช่น ศีลธรรมสมัยใหม่เคารพสิทธิผู้อื่น ไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว แต่ต้องเคารพกติกาอยู่ร่วมกัน ดังนั้นศีลข้อห้าเป็นเสรีภาพ ทางศาสนา แต่ห้ามเมาแล้วขับ เมาวิวาท ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ เกลียดเหล้าแล้วให้สัมปทานผูกขาด
ศีลธรรมของคนรุ่นใหม่อยู่บนหลักเสรีภาพ เสมอภาค “เห็นคนเท่ากัน” เหยียดคนอื่นระวังทัวร์ลง เรียกร้องความเป็นธรรม “ภราดรภาพ” ถ้าคุณกล้าต่อสู้ ไม่อดทนกับความอยุติธรรม “เราคือเพื่อนกัน”
คนรุ่นใหม่ที่กล้าต่อสู้กับอำนาจตามอำเภอใจ คือผู้ที่ปกป้องศีลธรรมคุณธรรมในสังคมไทย คนรุ่นเก่าที่เต็มไปด้วยโทสะโมหะ (หรือสอพลออำนาจ) นั่นต่างหากไร้ศีลธรรม