อิ๊งค์เดือด โดนด่าตระกูล ซัดอีกฝ่าย ไม่มีของจริง เลยต้องมาใส่สี แจงคุณพ่อทำนโยบายมากมาย เรามีผลงงานจริง ยื่นให้กับประชาชน ย้ำตั้งใจให้คนลืมตาอ้าปากได้

วันที่ 29 ม.ค.2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยโต้กลับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฐานะแกนนำพรรค รทสช. ที่ปราศรัยว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โกงทั้งตระกูล และหากยังมีระบบทักษิณ บ้านเมืองเหลือแต่เสา โดยน.ส.แพทอง​ธาร กล่าวแบบมีอารมณ์ว่า สมัยที่คุณพ่อเป็นนายกฯ ได้ทำนโยบายมากมายให้ประเทศ​

ทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่ อันนี้คงไม่ได้เหลือแค่เสา ที่เขาพูดเช่นนี้ก็แค่วาทะทางการเมืองที่มาตัดทอนกัน เพราะเราก็หาเสียงเต็มที่โดยการเอาผลงานที่เราเคยทำได้จริงมายื่นให้กับประชาชน มาตอกย้ำ แต่เขาไม่มีของจริง เขาก็ต้องนำวาทะแบบนั้นมาซึ่งเป็นเรื่องปกติ ตนมองว่าเป็นเรื่องใส่สีทางการเมือง

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ปราศรัยเกทับว่าทำประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่าหลายรัฐบาล และขอเวลาอีก 2 ปี เพื่อพลิกโฉมประเทศว่า 2 ปีพลิกโฉมประเทศ 8 ปีก็พลิกโฉมประเทศ แต่ก็ต้องดูต่อว่า 2 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ประชาชนเลือก เรามีความตั้งใจเหมือนเดิม คืออยากให้ประชาชนลืมตาอ้างปากได้ ซึ่งเป็นนโยบายของเรา

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อกล่าวเสริมว่า ไม่ใช่การเกทับ แต่เป็นการเก๊ทับมากกว่า หมายความว่าสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ประกาศ กับสิ่งที่ปรากฏกับประชาชน 8ปี มันสวนทางกัน หากพล.อ.ประยุทธ์สร้างประโยชน์ให้ประชาชนในฐานะนายกฯ จริง จะไม่มีพรรคไหนที่สามารถประกาศตัวเป็นคู่แข่งได้เลย

ขณะนี้ความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์กลับไปอยู่ลำดับท้ายๆ ดังนั้นการแสดงนโยบายของทุกพรรคก็เป็นสิทธิ แต่การตัดสินใจเลือกก็เป็นสิทธิประชาชน

เมื่อถามว่าภาพการขึ้นเวมีปราศรัยของพล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองมาตลอดตั้งแต่อยู่ในกองทัพ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง เพียงแต่คนพวกนี้ฝังตัวในกลไกรัฐ ใช้อำนาจกองทัพเล่นการเมืองโดยทรัพยากรที่มาจากภาษีประชาชน

ฉะนั้นจึงเป็นเพียงปลดหน้ากากออกเพื่อให้ประชาชนเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงว่าท่านเป็นนักการเมืองมาตลอด ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ก็เป็นโจทย์ระหว่างสองพรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับพรรค รทสช.​ ส่วนพรรค พท.คิดเป็นแต่การแก้ปัญหาประชาชน

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า หากมองมิติทางการเมือง การกล่าวหาตระกูลชินวัตรนั้น เป็นการปราศรัยที่ต้องระวังข้อกฎหมาย จะเป็นการใส่ร้ายทางการเมืองหรือไม่ก็ต้องพิสูจน์ระหว่างระบอบทักษิณที่เขาพยายามยกเป็นวาทกรรมปลุกผีขึ้นมา กับระบอบประยุทธ์ใน 8 ปีที่ประชาชนประจักษ์ว่าเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจก็ทำลายทุกอย่าง โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ดังนั้นก็ต้องพิสูจน์ว่าระบอบไหนเป็นที่ยอมรับของประชาชน

การกล่าวหาว่าโกงทั้งตระกูล เป็นการใส่ร้ายอย่างแน่นอน ขอฝากให้ระมัดระมัง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ อายุมากแล้ว สมองก็ควรมากตามอายุไปด้วย

ทั้งนี้น.ส.แพทองธาร กล่าวกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุว่าแม้พรรค พท.แลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะไม่สามารถรวมเสียงได้ว่า เป็นคอมเมนต์ที่แรงมาก ในระบอบประชาธิปไตย กล้าคอมเมนต์ออกมาแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ ทำไมไม่เคารพเสียงของประชาชน อิ๊งค์ว่าไม่ใช่คอมเมนต์ที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย

แล้วเดี๋ยวประชาชนจะเห็นถึงแนวคิดของคนที่ไม่เคารพเสียงของประชาชน ก็เป็นแบบนั้น เป็นเรื่องน่าอาย ไม่ให้เกียรติประชาชน

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวเสริมว่า แบบนี้ออกลูกอันธพาล ยิ่งกว่าข่มขู่คุกคาม เป็นการกดหัวประชาชนทั้งประเทศ เป็นการเหยียบย่ำอำนาจอธิปไตยของประชาชนทั้งประเทศ​ และนี่คือเหตุผลครั้งสำคัญที่พรรค พท. ต้องแลนด์สไลด์ในครั้งนี้ เพราะถ้าชนะไม่ขาด สิ่งที่คนพวกนี้คิดจะเกิดขึ้นและจะยาวไปถึงแก้วาระนายกฯ 8 ปี และจะยาวไปถึงอีกทุกอย่าง เพื่อให้เขารักษาอำนาจไว้ได้

เราจึงมีที่พึ่งเดียวคือประชาชน และตนไม่เชื่อว่าพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านจะได้คะแนนรวมกันไม่เกิน 300 ที่นั่ง แล้วจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถ้าคิดจะทำแบบนั้น มาพิสูจน์กัน

เมื่อถามว่าหากพรรค พท.ได้เสียงเกิน 250 เสียง ส.ว.ควรโหวตตามเสียงประชาชนหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราประกาศเอา 250 เสียงเพื่อให้เท่าแต้มต่อของ ส.ว. หากเราได้เสียงข้างมาก เชื่อว่า ส.ว.จะมีจิตสำนึก ความรับผิดชอบ ที่เห็นว่าประชาชนให้อาณัติกับพรรค พท. คุณไม่มีสิทธิปฏิเสธเป็นอื่นต้องมาร่วมโหวตนายกฯ ส่วนจะโหวตเลือกใครก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ถ้าเราได้ 250 แต่ ส.ว.โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์หรือใครมาเป็นนายกฯ ด้วยเสียงข้างน้อยมาเป็นรัฐบาล เท่ากับเป็นการทำร้ายประเทศชาติประชาชน แล้วจะรอดได้อย่างไร แค่พิจารณางบประมาณก็ไม่ผ่านแล้ว เดือนเดียวยื่นอภิปายไม่ไว้วางใจก็จบแล้ว ดังนั้นคุณจะทำไปทำไม

เมื่อถามว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้แล้ว จำเป็นต้องยุบสภาฯหรือไม่ นพ. ชลน่าน กล่าวว่า กฎหมายลูกกับการยุบสภาฯ เป็นคนละเรื่องกัน แต่ความเหมาะสมเมื่อมีกฎหมายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็ควรคืนอำนาจให้กับประชาชนได้แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน