‘อนุทิน’ เสนอตัวให้คน กทม.ครั้งแรก ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ถ้าภท.ชนะเลือกตั้ง ไม่หวั่นเสียงส.ว. ระบุ เผยทำงานได้กับทุกคน กลัวแค่ประชาชน
วันที่ 29 ม.ค. 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ชุมชนวัดมะกอก เขตสามเสนใน กรุงเทพฯ ว่า วันนี้มาศึกษาปัญหาของพี่น้องที่อยู่ในชุมชนและแก้ปัญหาให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พรรคภูมิใจไทยมาเสนอตัวเป็นตัวเลือกให้กับพี่น้องคนกรุงเทพฯ เชื่อว่าถ้าคนกรุงเทพฯ รู้จักพรรคภูมิใจไทยแล้ว น่าจะชอบในสไตล์พรรคที่กล้าตัดสินใจ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คนกรุงเทพฯ คงได้เห็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำไว้ทั่วประเทศที่ให้สัญญาไว้เมื่อครั้งเลือกตั้งปี 2562 ในหลายเรื่องได้แก้ไขปัญหาให้กรุงเทพฯ แม้ว่าเราจะไม่มีส.ส.ในกรุงเทพฯ เลยก็ตาม วันนี้เราได้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และทีมอดีต ส.ส.กทม. เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายและเจตนารมณ์ได้ด้วยสไตล์การทำงานของพรรคภูมิใจไทย พูดง่ายๆ ว่าตอนนี้เรามีของ มีน้ำมีเนื้อ ไม่ใช่วเอาใครก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้จักกันมาเสนอให้คนกรุงเทพฯ แต่นี่เราเอาส.ส.กรุงเทพฯ มาเสนอ จะได้ทำงานต่อเนื่องไป
เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่ติด 1 ใน 4 ของกรุงเทพฯ นายอนุทิน กล่าวว่า สาเหตุนี้จึงต้องเชิญนายพุทธิพงษ์ และส.ส.กรุงเทพฯ มาทำงาน เราเลือกส.ส.ที่เข้าใจปัญหาต่างๆ ในกรุงเทพฯ และใกล้ชิดกับประชาชน
“วันนี้ไม่ใช่ป่าล้อมเมืองแต่เป็นคนที่มีความตั้งใจที่จะทำงาน มีความคุ้นเคยกับกรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยไม่คุ้นเคย แต่วันนี้เรามีทีมที่จับต้องได้เข้าใจปัญหา จะได้มาช่วยกันทำงาน” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่ามีคนมองว่าคะแนนฝั่งรัฐบาลอาจจะมีความรุนแรง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่าการเข้ามาในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ก็ดีไปอย่าง เข้ามาแล้วเราไม่มีความขัดแย้งอะไรกับใคร และพรรคภูมิใจไทยแสดงให้ประชาชนเห็นแล้วว่าความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ซึ่งพรรคเราใช้โอกาสสร้างงานสร้างรายได้ จะทำทุกอย่างให้ได้รับการแก้ไขด้วยเหตุและผล และด้วยกระบวนการทางรัฐสภา
เมื่อถามว่ามีหนึ่งพรรคที่จะไม่จับมือกับใคร เรามองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามที่จะไม่เป็นขั้วหรือเป็นฝั่งเป็นฝ่าย พรรคใดก็ตามที่ได้รับเลือกให้ส.ส.เข้ามาทำงาน โดยประชาชนเลือกเข้ามา เราต้องให้เกียรติประชาชน ซึ่งส.ส.ไม่ได้เป็นของพรรค แต่แค่ในนามพรรค ฉะนั้นเราให้ผลของการเลือกตั้งเป็นตัวตัดสินจะไม่ดีกว่าหรือ พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่าถ้าประชาชนให้คะแนนกับพรรคการเมืองใดใดก็ตาม นั่นคือความต้องการของประชาชน
เมื่อถามว่า นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับเพื่อไทยและพลังประชารัฐ พรรคที่เหลือเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย นายวันชัยเป็นคนที่ตนรู้จักดี เป็นนักกฎหมาย ตนเชื่อถือท่าน แต่เรื่องการจับมือขั้วการเมืองนั้น ขอให้พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยจะนำเสียงส.ส.ที่ประชาชนให้กับเรามาเป็นตัวกำหนดทิศทาง
เมื่อถามว่าถ้าพรรคเรามีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 จะเป็นนายกฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนต้องเป็นนายกฯ เพราะตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพียงคนเดียว โดยที่ปราศรัยหามรุ่งหามค่ำลงพื้นที่ตลอด
เมื่อถามย้ำว่ากลัวส.ว.หรือไม่ เพราะส.ว.ต้องเลือกนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า ประชาชนเลือกเรามาเยอะขนาดนี้ เรากลัวแค่ประชาชน ตนสอนให้ทุกคนในพรรคว่าต้องไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นยกเว้นกลัวประชาชน
เมื่อถามว่าถ้าต้องทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกรอบไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหาในการทำงานกับใครทั้งสิ้น เพราะเวลาที่เราเข้าไปทำงานเราก็ต้องรู้บทบาทหน้าที่ของเรา และเราก็จะทำงานในหน้าที่บทบาทของตนเองให้ดีที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย นายอนุทิน กล่าวว่า การโยกย้ายข้าราชการที่ต่ำกว่า ซี10 เป็นเรื่องของปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเป็นดุลพินิจการพิจารณาของปลัดกระทรวง ซึ่งรัฐมนตรีหรือฝ่ายการเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามย้ำว่าการสั่งโยกย้ายครั้งนี้เป็นการเอาใจ เพราะ นพ.สุภัทร เป็นเหมือนเสี้ยนหนาม นายอนุทิน กล่าวว่า คนในกระทรวงทุกคนเป็นมิตรและทำงานด้วยกันจะมาเป็นเสี้ยนหนามกันทำไม ตนไม่เคยเกลียดใคร พยายามจะรักทุกคนเพราะทุกคนคือคนทำงาน ตนต้องให้เกียรติเพราะทุกคนเป็นข้าราชการ เป็นคนของประชาชน