ฝ่ายค้านโว พร้อมกระชากหน้ากากคนดีแล้ว ชลน่าน ลั่นพร้อมซักฟอกนอกสภาทันที หากองค์ประชุมล้ม สุทิน เย้ยหากฉลาดพออย่าหนีตรวจสอบ

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 13 ก.พ.2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ฐานะวิปฝ่ายค้าน ร่วมแถลงถึงการอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ.นี้

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในสมัยประชุมนี้ รวม 32 ชั่วโมง ซึ่งทุกปีเราจะยื่นอภิปรายรัฐบาลทุกครั้งตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนด สำหรับญัตติการอภิปรายเป็นการสอบถามข้อเท็จจริงการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่แถลงไว้เร่งด่วน 12 ข้อต่อรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เช่น ธุรกิจสีเทา ภัยดิจิทัล ภัยยาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งจะได้เสนอแนะปัญหาภายใต้ยุทธการ “กระชากหน้ากากคนดี”

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวว่ามีการปิดกั้นไม่ให้อภิปราย โดยพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น เพราะทุกคนมีหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การจงใจฝ่าฝืนไม่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่าจะไม่มีใครทำลายระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงเรามีมาตรการรองรับ โดยเราจะอภิปรายนอกสภา โดยหลังสิ้นสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ. เราจะกำหนดวันอภิปรายนอกสภา ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อรัฐบาลที่ไม่ได้ชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหามากกว่า

ทั้งนี้ การปิดกั้นถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราจะพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พรรคไหน หัวหน้าพรรคใดที่อาสาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แล้วมีส่วนร่วมทำให้องค์ประชุมล่ม จะถูกบอกกล่าวกับประชาชนว่าควรอยู่ในระบอบประชาธิปไตยต่อไปหรือไม่

ด้านนายสุทิน กล่าวว่า เนื้อหาการอภิปรายครั้งนี้ เราจะสรุปรวบยอดเนื้อหาในรอบ 10 ปีเพื่อให้คะแนนรัฐบาล ทั้งสัญญาประชาคมและนโยบายที่ท่านประกาศไว้ต่อรัฐสภา เราจะชี้ให้เห็นว่าสิ่งไหนทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ โดยในนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ มีเรื่องสำคัญๆ ที่รัฐบาลมักย้ำ เช่น การปราบปรามการทุจริต และรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าปราบโกง ซึ่งเราจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีสถิติการโกงสูงที่สุด

ส่วนปัญหาความมั่นคงที่รัฐบาลชอบอ้างนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลมักทำลายความมั่นคงเสียเอง ซึ่งในบริบทของโลก ความมั่นคงไม่ใช่การซื้ออาวุธ แต่เป็นความรู้ไม่ทันของรัฐบาล ที่สำคัญคือ เรื่องการเทิดทูนสถาบันที่คุณชอบอ้าง แต่แท้จริงแล้วคุณเป็นแนวร่วมมุมกลับ รวมถึงการตามภัยอาชญากรรมโลกไม่ทัน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจะได้รู้ และถามกลับได้ว่าพูดแล้วทำได้จริงหรือไม่ พูดแล้วทำไมไม่ทำ

“ส่วนข่าวล้มองค์ประชุม เราประเมินจิตใจรัฐบาลสูงกว่าฝ่ายค้านเสียอีก หากใครที่คิดจะขอเป็นนายกฯ อีก แต่ปฏิเสธการตรวจสอบ จะได้ข้อหาว่าหนีความผิด หนีตรวจสอบ ปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน ปิดอย่างไรก็ไม่จบ เราวางแผนล่วงหน้าแล้วว่าถ้าทำองค์ประชุมล่ม เมื่อปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 28 ก.พ. เราจะเปิดอภิปรายนอกสภาทันที รัฐบาลจะเสียโอกาสชี้แจง แทนที่ได้โอกาสแลกหมัด ดังนั้น ขอให้ท่านฉลาดพอ” นายสุทิน กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมมานานแล้ว โดยการอภิปรายหนึ่งวันฝ่ายค้านได้เวลา 12 ชั่วโมง รัฐบาลตอบ 3 ชั่วโมง สำหรับผู้อภิปรายรวม 35 คน โดยในการอภิปรายวันที่ 15 ก.พ.จะเปิดและเข้าญัตติโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภา ตามด้วยหัวหน้าพรรคและผู้ใช้สิทธิหัวหน้าพรรค 5-6 คน จากนั้นจะเข้าสู่การอภิปรายจำแนกเนื้อหาทั้งด้านเศรษฐิจ ความเดือดร้อนของประชาชน ด้านสังคม เช่น ปัญหายาเสพติด ด้านสถานการณ์การเมืองที่มีกลไกบิดเบี้ยว และการทุจริตในด้านต่างๆ ส่วนวันที่ 16 ก.พ.จะอภิปรายจบในเวลา 00.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน