ปิยบุตร โพสต์ ยกวาทะทอง เหมาเจ๋อตุง ชี้ความเห็นต่าง ขัดแย้งกันในพรรค เกิดขึ้นเสมอ ถ้าไม่มี ชีวิตพรรคก็จะสิ้นสุด เมื่อเคลื่อนไหว ก็จะต้องเจอ
วันที่ 23 ก.พ.2566 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์กล่าวถึงความขัดแย้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวเห็นต่างกับทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันรู้เรื่อง โดยปิยบุตรย้ำว่า ความขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องปกติ โดยยกคำกล่าวของเหมาเจ๋อตุงว่าถ้าภายในพรรคไม่มีความขัดแย้งและการต่อสู้ทางความคิดที่แก้ความขัดแย้งแล้ว ชีวิตของพรรคก็จะสิ้นสุดลง”
โดยปิยบุตรเขียนข้อความ ตั้งชื่อเรื่องว่า ว่าด้วยความขัดแย้ง – เหมาเจ๋อตุง ปัญหาลักษณะทั่วไปหรือลักษณะสัมบูรณ์ของความขัดแย้งนั้นมีความหมายอยู่ 2 ด้าน ด้านหนึ่ง คือ ความขัดแย้งดำรงอยู่ในกระบวนการแห่งการพัฒนาของสิ่งทั้งปวง อีกด้านหนึ่ง คือ ในกระบวนแห่งการพัฒนาของแต่ละสิ่งมีการเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกันดำรงอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ
อ่านข่าว ‘ปิยบุตร’ เคลียร์ใจ ‘พิธา’ เสียน้ำตาหลายหยด ชาวเน็ตแซวยับ เพราะกลัว ‘ธนาธร’ ร้องเพลง
ทั้งนี้เจ้าตัว ยกประโยคของ ฟรีเดอริก เองเกลส์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสำนักเศรษฐศาสตร์แบบมากซ์ ว่า “ตัวการเคลื่อนไหวเองนั่นแหละ คือความขัดแย้ง” เลนินให้คำนิยามเกี่ยวกับกฎแห่งความเป็นเอกภาพของด้านตรงกันข้ามว่า ก็คือการ “ยอมรับ (ค้นพบ) ว่า ปรากฏการณ์และกระบวนการทั้งปวงของโลกธรรมชาติ (รวมทั้งจิตและสังคม) ล้วนแต่มีแนวโน้มที่ขัดแย้งกัน ผลักไสกัน และเป็นปรปักษ์ต่อกัน”
ความเห็นเหล่านี้ถูกต้องไหม? ถูกต้อง การพึ่งพาอาศัยกันและการต่อสู้กันของด้านที่ขัดแย้งกันซึ่งมีอยู่ในสิ่งทั้งปวงนั้น กำหนดชีวิตของสิ่งทั้งปวง และผลักดันให้สิ่งทั้งปวงพัฒนาไป ไม่มีสิ่งใดที่ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความขัดแย้งก็ไม่มีโลก
การเป็นปฏิปักษ์และการต่อสู้กันระหว่างความคิดที่ต่างกันภายในพรรคมักเกิดขึ้นเสมอ ทั้งนี้เป็นการสะท้อนเข้ามาในพรรคของความขัดแย้งระหว่างชนชั้นในสังคมและความขัดแย้งระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ ถ้าภายในพรรคไม่มีความขัดแย้งและการต่อสู้ทางความคิดที่แก้ความขัดแย้งแล้ว ชีวิตของพรรคก็จะสิ้นสุดลง” เหมาเจ๋อตุง, ว่าด้วยความขัดแย้ง, สิงหาคม 1937.
