อนุทิน ปัด วิจารณ์พรรคอื่นปราศรัยแตะสถาบัน เมินเสียง สว. ยกมือหนุนนายกฯ ชี้ เสียงประชาชนสำคัญกว่า ลั่น ถ้าไม่เป็นนายกฯ เท่ากับหักหลังปชช.
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 27 ก.พ. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีการปราศรัยของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา มองว่ากระแสเป็นอย่างไร ว่า ตนยังไม่ได้ฟัง และไม่ได้ดูว่ากระแสเป็นอย่างไร เพราะการปราศรัยของภูมิใจไทย ตั้งแต่อ.สะบ้าบ้อย อ.นาทวี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนถึงจ.นครศรีธรรมราช เดินทางต่อเนื่อง ไม่มีเวลาไปนั่งดูคนอื่น พรรคใครพรรคมัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายอะไรที่จะบลัฟพรรคอื่นได้บ้าง นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติบลัฟกลับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เรื่องเพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่น และมั่นใจว่านโยบายพรรคภูมิใจไทยทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และเป็นสิ่งที่ทำได้รวดเร็วทันใจ จึงมั่นใจในประเด็นของเรา
“อย่าไปบลัฟกัน เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งที่บอกว่าจะเร่งสร้างความสามัคคีของคนในชาติ แต่พอขึ้นเวทีก็ใส่กันไม่ยั้ง ว่าคนนี้เลว คนนี้ชั่ว คนนี้ไม่ดีอย่างไร ถามว่าจะไปสามัคคีอย่างไร พรรคภูมิใจไทยไม่เลือกวิถีทางนี้ เพราะย้อนแย้งกับเจตนารมณ์ที่ทุกพรรคระบุว่า จะธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ สร้างความสามัคคีปรองดอง ให้เป็นปึกแผ่นของคนในชาติ ให้เกิดความมั่นคงในประเทศ” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลการเลือกตั้งออกมา พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนมากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยันนายอนุทิน จะเป็นนายกรัฐมนตรีเอง นายอนุทิน กล่าวว่า ยืนยัน จะไม่ยืนยันได้อย่างไร พรรคภูมิใจไทยประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นคนแรก เสนอเพียงคนเดียว และประกาศมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ถ้าไม่พร้อมเป็นเท่ากับโกหกประชาชน จะประกาศเล่นๆ ไม่ได้ ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า ถ้าพรรคประกาศนโยบายแบบนี้ และมีแคนดิเดตนายกฯ เป็นคนนี้ จะนำนโยบายไปทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างไร จึงเลือกบุคคลนี้มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ
“ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด แล้วจะไม่เป็นนายกฯ เท่ากับหักหลังประชาชน ซึ่งเป็นไปไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า หากได้เสียงประชาชนมาจำนวนมาก แต่ไปติดที่เสียง สว. สนับสนุน ก็จะต้านเสียง สว. ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ว่ากันไป แต่เราต้องยึดถือเสียงประชาชนเป็นหลัก เป็นกำแพง และเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต้องยึดถือไว้ และมั่นใจว่าเสียงประชาชนสำคัญกว่า ใหญ่กว่า มีความหมายมากกว่า
เมื่อถามว่า ได้ฟังการปราศรัยของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีการพาดพิงสถาบัน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามคณะกรรมการการเลืแกตั้ง (กกต.) โดยจุดยืนเรื่องการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่แตะเกี่ยวกับ 112 ส่วนการปราศรัยของนายไตรรงค์ ตนไม่ได้ฟัง ย้ำว่านโยบายของพรรคที่ทำมาทั้งหมด ต้องแปะไว้ให้ตายตัว ไม่ใช่ไปฟังคนอื่นพูดแล้วจะมาแก้ เท่ากับไม่มั่นใจ เราต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเห็นว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย นำเสนอมีประโยชน์ ปฏิบัติได้ ไม่ใช่ไปฟังคนนั้น คนโน้นพูดที แล้วมาแก้ไขของตัวเอง