“เอิร์ธ-พงศกร” แจงเหตุผลสวมเสื้อปชป. ชิงเก้าอี้ ส.ส.คลองเตย-วัฒนา หวังขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้คนกรุง ยัน แม้อยู่คนละพรรคกับพ่อ ก็ไม่มีปัญหา

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 ก.พ. 2566 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนอยากทำงานการเมือง เพื่อผลักดันนโยบายผ่านพรรคการเมืองที่มีความเข้าใจในพื้นที่กทม. และมีความผูกพันกับกทม. ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีสิ่งเหล่านี้มาอย่างยาวนาน โดยยังมีเครือข่ายทั้ง ส.ก. ส.ข. รวมถึงเคยมี ส.ส. และผู้ว่าฯ กทม. อีกทั้งยังเป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของอย่างแท้จริง เป็นสถาบันการเมือง และเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคน

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนเห็นว่ายังมีอีกหลายปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข หากไปอยู่กับพรรคที่ไม่ได้เป็นสถาบันอย่างแท้จริง หรือเป็นพรรคเฉพาะกิจก็อาจทำให้เกิดปัญหาในการผลักดันการดำเนินงานในหลายเรื่อง จึงมั่นใจว่าการจะผลักดันเรื่องต่างๆ พรรคประชาธิปัตย์จะช่วยทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ร.ต.อ.พงศกร ไม่ไปสังกัดพรรคพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กับพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นบิดานั้น เพราะมีปัญหาเรื่องการจัดวางตัวผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ทั้งนี้ ตนและบิดามีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน แม้ตนกับบิดามีความต้องการให้ประเทศไทยดีขึ้น แต่ก็มีเส้นทางที่เลือกแตกต่างกันไป

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวต่อว่า ดังนั้น เรื่องการจัดวางตัวผู้สมัครของพรรคดังกล่าวจึงไม่ใช่ปัญหา แต่ยอมรับว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและอีกหลายพรรคก็เคยมาทาบทามตน รวมถึงบิดาก็เคยมาชักชวนหลายครั้งให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่ตนก็ได้อธิบายตามเหตุผลข้างต้นไปแล้ว ซึ่งตนและบิดาก็เข้าใจกัน ตอนนี้ตนมาเสนอเป็นตัวเลือกหนึ่งในพื้นที่เขตคลองเตย-วัฒนา จึงต้องขยันทำงานในพื้นที่ให้มาก เพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่นี้เห็นว่าตนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนที่จะชนะในพื้นที่คลองเตย-วัฒนา ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า เขตนี้เป็นเขตที่มีผู้สมัครที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพอยู่หลายคน ซึ่งตนไม่ได้คิดเรื่องความมั่นใจว่าจะชนะหรือไม่ แต่มั่นใจว่าจะทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นทางเลือกที่ดีให้กับประชาชนในเขตคลองเตย-วัฒนา หากประชาชนเมตตา ตนก็จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพื้นที่นี้ได้อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่เป็นลูกชายของอดีตผู้ว่าฯ กทม. จะทำให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบผู้สมัครคนอื่นหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะบิดาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะมีการแข่งขันทางการเมือง แต่ก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน

เมื่อถามอีกว่าบิดาได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ท่านบอกแค่ว่าต้องขยันกว่าคนอื่น เพราะตนเป็นคนหน้าใหม่ ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูงกว่าคนอื่น ซึ่งบิดาของตนก็อยากให้ตนประสบความสำเร็จ แต่เนื่องจากท่านเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ต้องไปช่วยพรรคนั้นด้วย

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ระบุมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ตนได้พูดคุยขอคำแนะนำจากนายอภิสิทธิ์มาตลอด จนกระทั่งถึงวันที่ตนตัดสินใจเข้ามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อถามว่าจะเชิญให้นายอภิสิทธิ์มาช่วยหาเสียงในเขตคลองเตย-วัฒนา หรือไม่ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ตนจะไปขอคำแนะนำจากนายอภิสิทธิ์ในเรื่องการหาเสียง ซึ่งตนเชื่อว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดี เพราะท่านก็เคยเป็นส.ส.ในเขตนี้

เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ในกทม. ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ส.ส.เลย ก็อาจถือว่าเสียเปรียบพรรคอื่น แต่การเลือกตั้งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ขณะที่การทำงานทางการเมืองควรทำในสิ่งที่เรามีความเชื่อ และจะสามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ตนจึงเห็นว่าประชาธิปัตย์ตอบโจทย์ แม้ตอนนี้จะยังไม่มั่นใจว่าจะชนะหรือแพ้ แต่สิ่งที่มั่นใจคือตนต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับเขตนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน