อนุทิน หาเสียงเอาใจคนรักสุขภาพยามเช้า เมิน ภูมิใจไทยไม่ติดโผความนิยมในกทม. เชื่อผู้สมัครทำคะแนนให้พรรคได้ ชี้นโยบายแจกเงินต้องทำได้จริง ไม่ใช่แค่หวังคะแนน

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 19 เม.ย. 2566 ที่สวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋ว เขตสาทร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 2 (ปทุมวัน สาทร ราชเทวี)

โดยนายอนุทิน พบปะทักทายพี่น้องประชาชนที่มาออกกำลังกายอยู่บริเวณสวนสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ขอคะแนนเสียงให้กับน.ส.พัชรินทร์ ผู้สมัครหมายเลข 12 และขอให้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 7 มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก หลายคนเข้ามาอวยพรสนับสนุนให้นายอนุทินได้เป็นนายกฯ ด้วย

จากนั้น ได้ขึ้นรถแห่หาเสียง บริเวณตลาดเซ็นต์หลุยส์ และตลาดกิตติ ถ.จันทร์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่ และแวะพักรับประทานอาหารเช้า ร่วมกับผู้สมัครของพรรค

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสนิยมของพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่กทม. หลังลงพื้นที่ถี่ขึ้น มีความหวังมากน้อยเพียงใด ว่า เราทำงาน และมั่นใจในนโยบายต่างๆ ของพรรค รวมถึงความขยันของผู้สมัครที่จะทำคะแนนให้กับพื้นที่ และทำคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทยได้

เมื่อถามถึงกระแสในพื้นที่กทม.ขณะนี้ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีแค่ 3 พรรคที่แข่งกันอยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยยิ่งต้องลงพื้นที่ และหาเสียงให้กับตัวเองมากขึ้น เราต้องต่อสู้เต็มที่ อธิบายนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การแข่งขันถือเป็นเรื่องปกติ ยิ่งแข่งขันประชาชนยิ่งได้ประโยชน์ ทั้งนี้ เมื่อดูจากโพลตัวเองในพื้นที่กทม.แล้ว ก็มีความมั่นใจในส่วนของผู้สมัครที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว และมั่นใจว่าประชาชนจะพิจารณานโยบายของพรรคภูมิใจไทยในส่วนที่เป็นบัตรบัญชีรายชื่อด้วย

เมื่อถามถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความมั่นใจ และมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ ในการผลักดันนโยบายมารับใช้บ้านเมือง จึงคิดว่าไม่ต้องมีไม้เด็ดอะไร ขอแค่ทำอย่างสม่ำเสมอ และมีความจริงใจต่อภารกิจที่เราได้รับมอบหมายจากประชาชน ไม่ใช่มาขอคะแนนแล้ว 4 ปีหายไป ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงเป็น ส.ส.ได้เพียงครั้งเดียว และจะไม่มีวันได้เกิดในทางการเมืองอีกเลย

เมื่อถามว่า หลายพรรคมีนโยบายจูงใจในเรื่องของการแจกเงิน นายอนุทิน กล่าวว่า แต่ละพรรคใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบในนโยบายของตัวเอง ถ้าพูดไปแล้วถึงเวลาจริงทำไม่ได้ ประชาชนก็จะไม่เชื่อถืออีกต่อไป ทำการเมืองจะทำครั้งเดียวไม่ได้ สภาหลังเลือกตั้งเข้ามาจะอยู่นานหรือไม่นานก็ไม่รู้ ไปพูดอะไรแล้วทำไม่ได้ ความเชื่อถือของประชาชนก็จะลดน้อยลงไป

“เราเห็นตัวอย่างมามากมายแล้ว แต่พรรคภูมิใจไทยจะไม่ไปก้าวล่วงหรือพูดถึงพรรคอื่นว่า นโยบายทำไม่ได้ ทั้งนี้ คนที่เป็นระดับหัวหน้าพรรค เสนอตัวเป็นผู้แทน เป็นผู้นำของประเทศ คำพูดจะต้องมีน้ำหนัก จะต้องทำให้ได้ไม่ใช่พูดไปเรื่อยๆ เพื่อหวังคะแนน พรรคภูมิใจไทยไม่ทำแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน