“หมิวก้าวไกล” ลั่นพร้อมเป็น ส.ส. ส่งเสียงความเดือดร้อนของปชช.ในสภา ชูฯ “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี ชูนโยบาย การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตดี

2 พ.ค. 66 – ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ มติชนxเดลินิวส์ ร่วมจัดดีเบตเป็นครั้งแรกในเวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR”

โดยยกทัพพรรคการเมืองชั้นนำครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งขุนพลเลือดใหม่ (Young blood) ขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชันนโยบายเพื่อนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

จากนั้น เวลา 12.30 น. เข้าสู่รอบที่ 1 เวที “Young blood วัดอนาคต” โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ ที่ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ความสามารถ ประชันนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหวัง และการทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต

โดยรายชื่อตัวแทนพรรค เวทีที่ 1 “Young blood วัดอนาคต น.ส.สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล หรือ หมิว ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 14 พรรคก้าวไกล, น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 33 พรรครวมไทยสร้างชาติ, นายเมธี อรุณ ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์, น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 13 พรรคเพื่อไทย,

นายอิทธิเดช สุพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 15 พรรคภูมิใจไทย, นายปณิธาน ประจวบเหมาะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 23 พรรคไทยสร้างไทย, นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20 พรรคชาติไทยพัฒนา, น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 8 พรรคชาติพัฒนากล้า และนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ส.ส.กทม. เขต 25 พรรคพลังประชารัฐ

น.ส.สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล หรือ หมิว ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 14 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนเคยเห็นความเหลื่อมล้ำ ที่ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครที่ตนเคยเล่นมา ตนเคยเป็นพิธีกรรายการหนึ่ง ได้เห็นเด็กที่หลุดจากวงจรการศึกษา เพียงเพราะว่าที่บ้านไม่มีเงินส่ง เราเกิดคำถามว่า ทำไมภาษีที่เราจ่ายไป ถึงรองรับสวัสดิการถ้วนหน้า สาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข ที่ดีให้กับคนไทยไม่ได้

ตอนตนเป็นนักแสดงได้ออกมาเคลื่อนไหว เราทำได้แค่พูดได้ดังกว่าชาวบ้าน แต่ถ้าตนได้ก้าวเข้าไปเป็นส.ส.ในสภา ตนมั่นใจว่าจะสามารถเป็นตัวแทนประชาชน พูดให้ทรงพลัง พูดให้ปัญหาความลำบากปากท้องของประชาชนเข้าไปถึงในสภา ให้ผ่านนิติบัญญัติ ผ่านกฎหมายนโยบายให้คนไทยมีชีวิตที่ดี ที่ควรจะมีและดีกว่านี้ได้

ในส่วนเรื่องของนโยบายเราชู การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต การเมืองดี เริ่มโดยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และรัฐโปร่งใสไร้กลโกง ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลของรัฐได้ การจัดซื้อจัดจ้างต้องมีการรับรู้โดยประชาชนโดยตลอด และ การเลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด กระจายความเจริญ ในส่วน ปากท้องดี เรามีเรื่องรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนแก่ การขึ้นค่าแรงทุกปีเริ่มต้นทันที 450 บาท และ ปากท้องดี มีอนาคต คือการสร้างงานซ้อมประเทศ สนับสนุนหวยเอสเอ็มอี

น.ส.สิริลภัส กล่าวว่า ก้าวไกลมีจุดยืนที่ชัดเจน “เราไม่จับมือกับลุง มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา” เรามีดีเอ็นเอของคนธรรมดา ที่หวังแค่มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และเหตุผลที่ทำไมต้องเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี อยากให้ลองจินตนาการดู หากได้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศเราจะเดินหน้าไปทางไหน หากเราได้ไปยืนในเวทีโลกประเทศไทยจะทรงพลังขนาดไหน

“สุดท้ายนี้ขอฝากทุกท่านว่า พวกไอส้มมันเป็นนักสู้ เราจะสู้และชนทุกต้นตอปัญหา ไม่ว่าจะเกิดอะไร ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรก็แล้วแต่ พวกส้มจะสู้ ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่ชัยชนะครั้งนี้ถ้าพวกเราได้มา จะเป็นชัยชนะของประชาธิปไตยและประชาชนทุกคน” น.ส.สิริลภัส กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน