เศรษฐา ยินดี ก้าวไกล คว้าชัยชนะเลือกตั้ง แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะจับมือกันหรือไม่ มองฝ่ายใดรวมเสียงเกินครึ่งของ 500 ถือเป็นฉันทามติประชาชน ส.ว.ต้องยอมรับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ค.2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปิดหีบเลือกตั้ง และนับคะแนนได้เกือบครบ 100% ว่า ขอแสดงความยินดีกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้รับคะแนนมาเป็นอันดับที่ 1 ซึ่งสะท้อนว่าคะแนนเสียงของฝั่งประชาธิปไตยเป็นผู้ชนะ ดังนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เพราะเราทำตามฉันทามติของประชาชน ส่วนโอกาสของพรรคเพื่อไทยในการจับมือกับก้าวไกลเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคเป็นหลัก เนื่องจากตนเป็นเพียงแคนดิเดตนายกฯของพรรค

เมื่อถามว่าจำนวนตัวเลขของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยยังรวมกันไม่ถึง 376 เสียง จำเป็นจะต้องมีพรรคที่สามเข้ามาร่วมหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่หากฝ่ายใดรวมกันแล้วเกินกึ่งหนึ่งของ 500 เสียง ถือเป็นฉันทามติของประชาชน ตนขอวิงวอนและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ส.ว.ควรโหวตตามความต้องการของประชาชน ซึ่งตนชัดเจนในเรื่องนี้มาตลอด

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่พบปะประชาชนบอกกล่าวนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่ผลปรากฏว่าคะแนนส.ส.ไม่เป็นไปตามเป้ารู้สึกอย่างไรบ้างนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้วิเคราะห์ แต่เข้าใจว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง จึงต้องเคารพเสียงของประชาชน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยทุกคนทำงานเต็มที่ และมั่นใจว่าสิ่งที่เสนอประชาชนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้น ต้องมาพูดคุยกันว่าสาเหตุที่ไม่ได้ส.ส.ตามเป้ามาจากอะไร แต่ขอแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกลด้วย

นายเศรษฐา กล่าวถึงจุดยืนตนเองว่า ตนก้าวจากภาคธุรกิจ มาฝ่ายการเมือง มีจุดประสงค์อยากช่วยเหลือประเทศชาติ จึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นนายกฯ ส.ส. หรือตำแหน่งสำคัญอะไร เพราะยังมีอีกหลายอาชีพที่ยังช่วยเหลือประเทศชาติได้ ย้ำว่าต้องยอมรับกติกาและเสียงของประชาชน ขณะนี้ส่วนตัวก็สบายใจขึ้นและดีใจ

ส่วนที่นายพิธาบอกว่าได้ส่งข้อความหา น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยนั้น ส่วนตัวยังไม่ได้คุยกับน.ส.แพทองธาร สำหรับตนไม่ได้มีดีลส่วนตัว หรือดีลลับเพราะมีแต่ดีลในที่แจ้งไปแล้ว

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงท่าทีชัดว่ายอมรับเสียงของประชาชนที่ไว้วางใจพรรคก้าวไกลให้มาเป็นอันดับหนึ่ง และยินดีที่จะให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะร่วมมือกันอย่างไรนั้น พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับรอง ก็ต้องฟังเสียงของพรรคอันดับหนึ่งว่าจะมีท่าที ทิศทางอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน