เปิดเงื่อนไข ตั้งรัฐบาล หาก สว. เลือกปิดสวิตช์ตัวเอง ‘ก้าวไกล’ ปาดเหงื่อ เกมนี้ไม่ง่าย

หลัง พรรคก้าวไกล ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยพร้อมร่วมกับ พรรคเพื่อไทย เสรีรวมไทย ไทยสร้างไทย ประชาชาติ และ เป็นธรรม ทำให้มีคะแนนเสียงรวม 310 เสียง

ซึ่งเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาล แม้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 จะกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 และเป็นผู้มีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ สภาผู้แทนราษฎร

การเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทํา โดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 160

แต่ ในบทเฉพาะกาล มาตรา 272 กำหนดให้ 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่ประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว. มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

โดยผู้ได้รับแต่งตั้งต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ดังนั้นบุคคลที่จะได้รับเลือกเป็นนายกฯ ตามกติกานี้ต้องได้เสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งจากรัฐสภาที่ประกอบด้วย ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน คือ ต้องได้เสียงเกิน 376 คนขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ของ สว.หลายคนที่ออกมาหลังเลือกตั้ง ส่วนหนึ่งยืนยันว่าจะไม่โหวตให้กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเท่ากับว่า สว.เลือกปิดสวิตช์ตัวเอง และหากเสียงได้ไม่ถึง 376 คนจะเกิดอะไรขึ้น

โดย มาตรา 159 การรวมเสียงต้องมีคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

แต่หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง ที่แจ้งไว้ตามมาตรา 88

ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้

เท่ากับว่า พรรคการเมืองอื่นสามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้ามาแข่งกับพรรคก้าวไกลได้

เมื่อถึงตอนนั้น อาจมีกลไกพิเศษอะไร ที่ทำให้พรรคก้าวไกล ไม่สามารถตั้งรัฐบาลสำเร็จก็เป็นได้?

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน