ส.ว.สมชาย เผยเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องเลือกพรรคอันดับหนึ่ง เป็นนายกฯ ชี้ ‘พิธา’ แค่ identify ตัวเองยังไม่ใช่ตัวจริง ยันถึงวันจริง ส.ว.ต้องตัดสินใจ

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 29 พ.ค.2566 ที่รัฐสภา นายสมชาย เสียงหลาย ส.ว. กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลที่ยังมีความขัดแย้งว่า เราถือธงตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัต ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายตุลาการ ดังนั้น หลังผ่านการเลือกตั้ง ตัวเลขของส.ส.เป็นส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมเรื่องหลักเกณฑ์จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ส.ว. หรือส.ส. ทุกคนอยากเห็นการเมืองมีความคืบหน้าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตนมองว่าจนถึงวันนี้ ยังเป็นกระบวนการรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนั้น กระบวนการที่จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาล ฝ่ายผู้แทนราษฎรซึ่งรวมเสียงกันได้มาก จะต้องแสดงท่าทีว่า เขามีแนวทางเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร เราจะดูว่าการดำเนินการของเขาเป็นไปโดยชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมาย ซึ่งส.ว.โดยข้างมาก ศึกษาขั้นตอนเหล่านี้ไว้ ส่วนที่เห็นแตกต่าง ก็เป็นความคิดเห็นของแต่ละคน

นายสมชาย กล่าวว่า วันนี้เราสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลที่ถูกต้องและเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย และคิดว่าจะต้องดูเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย ทั้งเรื่องคุณสมบัติและเรื่องต่างๆ ก็ว่าไปตามหลักเกณฑ์ รวมถึงเรื่องที่ต้องตรวจสอบความชอบหรือไม่ชอบของบุคคลที่จะเสนอดำรงตำแหน่ง เป็นอีกประเด็นที่ต้องนำมาประกอบควบคู่กัน

“ดังนั้น ผมพูดแทนส.ว.ทุกคนไม่ได้ แต่ภาพรวม ผมคิดว่า อยากให้ดำเนินการไปในทางที่เหมาะสมภายใต้บทบัญญัติที่กฎหมายให้อำนาจแต่ละฝ่ายไว้ และเมื่อมีข้อมูลเพียงพอในวันที่ตัดสินใจ ผมไม่คิดว่าส.ว.จะไม่ตัดสินใจ ส่วนตัดสินใจอย่างไร แต่ละคนต้องพิจารณาด้วยความเคารพ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิตามหลักสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ” นายสมชาย กล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ถ้าทุกคนยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เราจะต้องหาทางทำให้ผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมได้รับการรับรอง และต้องยอมรับว่า จำนวนของคะแนนเสียง ไม่สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

ดังนั้น ต้องเคารพประเด็นที่แต่ละพรรคนำเสนอต่อสาธารณะ ว่ามีเรื่องใดที่ต้องเห็นเป็นข้างมาก สมมติพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ได้คะแนน 14.4 ล้านเสียง กับอีกประเด็นหนึ่งที่มีประเด็นล่อแหลม พรรคอื่นๆ อาจได้คะแนนรวมกัน 27 ล้านเสียง ต้องนำ 2 อย่างมาชั่ง แนวทางนี้ไปปรากฏใน เอ็มโอู ที่แต่ละพรรคเห็นร่วมกัน แสดงถึงแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งขั้นตอนต่อไป ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาล ที่นำตำแหน่งประธานสภา เข้ามาเกี่ยวข้อง นายสมชาย กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาจนกว่าจะเห็นข้อเสนอที่เป็นธรรม ส่วนการโหวตนายกฯ ส.ว.ไม่ได้พูดคุยกัน เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ที่ทุกคนต้องดูภาพวันจริงว่าใครเป็นแคนดิเดต ให้เลือกเป็นนายกฯ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ เป็นเรื่องของจินตนาการ ที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอ

ต่อข้อถามว่าคนที่ประกาศตัวเป็นนายกฯ อย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังไม่ใช่ตัวจริงใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า เป็นแค่ข้อเสนอของนายพิธา ที่ identify ตัวเองว่าได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริง ซึ่งเหมือนกับเมื่อวาน (28 พ.ค.) ที่เอฟซีพรรคเพื่อไทย ยื่นข้อเสนอให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ดังนั้น ไม่รู้ข้อสรุปว่าข้อเท็จจริงจะออกมาในรูปแบบไหน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน