อดีต กกต.แจงชัด คดีหุ้น ‘พิธา’ หากศาลชี้ขาดคุณสมบัติ เป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัว ไม่มีผลกระทบถึง ‘ว่าที่ส.ส.’ ของก้าวไกล ต้องหลุดจากตำแหน่ง

วันที่ 31 พ.ค.2566 นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวในรายการ ‘อยากมีเรื่องคุย’ ทางข่าวสดออนไลน์ ถึงกรณีหากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกศาลวินิจฉัยเรื่องขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. จากกรณีถือครองถือหุ้นไอทีวี จะกระทบกับการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ ว่า คุณสมบัติของผู้สมัครส.ส. ต้องผ่านการกลั่นกรองของ กกต.แล้วว่าครบถ้วนหรือไม่ ซึ่ง กกต.แค่ตรวจสอบเบื้องต้น ไม่สามารถขุดคุ้ยเรื่องถือหุ้น หรือเรื่องอื่นได้ กระทั่งมีคนร้องเรียน

เมื่อร้องเรียนแล้วเชื่อว่าไม่ใช่แค่เรื่องเดียว ต้องหลายเรื่อง และกกต.ไม่ได้แถลง เพราะเป็นเรื่องความลับราชการ กกต.ต้องรักษาไว้ แต่กกต.มีเวลา 67 วันในการพิจารณา

เมื่อถามว่าคุณสมบัติส.ส.ไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัตินายกฯ ใช่หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า แน่นอน เรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.จะพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 วรรคสาม เขียนชัดเจนว่าบุคคลใดถือหุ้นสื่อ ไม่สามารถสมัครส.ส.ได้

ต่อข้อถามว่าหากนายพิธา ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. จะกระทบถึงการรับรองผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ อดีต กกต.กล่าวว่า ตามกฎหมายเลือกตั้งและมีการแก้ไขมาปัจจุบัน ผู้สมัครต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการที่แต่ละพรรคตั้งขึ้น จากนั้นส่งรายชื่อเข้ามาส่วนกลางของพรรคเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ว่าคุณสมบัติครบหรือไม่ จะส่งลงสมัครหรือไม่ จากนั้นจะเสนอรายชื่อมาที่หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นผู้รับรองรายชื่อเท่านั้น

หาก กกต.หรือศาลพิจารณาเรื่องคุณสมบัติส.ส. ก็เป็นเรื่องเฉพาะตน ไม่เกี่ยวกับการลงนามส่งรายชื่อผู้สมัครส.ส. และจะไปเอาความผิดหัวหน้าพรรคไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.

“หากหัวหน้าพรรคคนใดมีปัญหาถูกร้องเรียน และโชคร้าย ศาลพิจารณาว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเข้ามาตราไหนก็ตาม จะรับผิดชอบเฉพาะตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค ดังนั้น ว่าที่ ส.ส.สบายใจได้ ไม่ต้องหลุดจากตำแหน่งว่าที่ ส.ส. เป็นไปตามกฎหมาย เราอย่าไปฟังอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ” นางสดศรี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน