พิธา ลั่น 100 วันแรกรัฐบาลก้าวไกล ดัชนีทุจริตลดลง ลุยใช้ AI จับโกง ชี้พูดชื่อสุราผ่านโทรทัศน์ ให้มองเจตนา ไร้กังวล กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ มั่นใจได้เพิ่ม

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 มิ.ย.2566 ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ เขตปทุมวัน นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) แถลงผลการหารือระหว่างพรรคก้าวไกลและองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นว่า ดีใจที่พรรคก้าวไกลมาหารือเกี่ยวกับการทุจริต และแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เชื่อว่านโยบายทางการเมืองต่างๆ จะไม่มีประสิทธิภาพ หากขาดการจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น อีกทั้งยังมีข้อเสนอจัดการปัญหาคอร์รัปชั่นผ่านการมีส่วนร่วมกันระหว่างภาคประชาชน และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพรรคก้าวไกลต่อไปในอนาคต

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาระสำคัญในการประชุม เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการต่อสู้กับคอร์รัปชั่น เป็นการเพิ่มดัชนีคอร์รัปชั่นของไทย ที่ตกลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อจะได้เห็นภาพดัชนีที่ดีโดยเร็ว แสดงถึงเจตจำนงของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

นายพิธา กล่าวว่า จะเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อต่อสู้กับการคอร์รัปชั่น โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ใช้ฐานข้อมูลที่มาจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่มีชื่อว่า “ACT Ai” เข้าไปรับชมที่หน้าเว็บไซต์ขององค์กรได้ การใช้เทคโนโลยีจะช่วยสร้างเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ลดกระบวนการทางกฎหมายและการขอใบอนุญาตที่ซับซ้อนลง ทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชนในการดำเนินการต่อไปด้วย

“หากเราผลักดันให้นโยบายของเราเรื่องการเปิดเผยข้อมูลรัฐ และการนำเทคโนโลยีมาช่วยจับโกงสำเร็จได้ภายใน 100 วันตามที่เราตั้งไว้ ผมเชื่อว่าต้นปีหน้าเราจะมีข่าวดีว่าคะแนนและลำดับของประเทศไทยใน CPI จะสูงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน และประชาชนจะยิ่งเชื่อมั่นศรัทธาในระบบการเมืองการปกครองตามครรลองประชาธิปไตย” หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว

เมื่อถามว่าจะจัดการกับองค์กรอิสระอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน นายพิธากล่าวว่า องค์กรอิสระจะถูกรื้อ และเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลเเต่เป็นเรื่องของอำนาจ จำเป็นต้องมีคณะกรรมการที่หลากหลายทั้งสมาชิกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึงส.ว. เพื่อทำให้เกิดความเป็นกลางมากที่สุด เเละเป็นองค์กรที่อิสระที่น่าเชื่อถือ โดยผ่านการเเก้ไขกฎหมาย

เมื่อถามถึงกรณีพูดถึงยี่ห้อสุราผ่านรายการโทรทัศน์ จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า “ก็พี่สรยุทธถาม ก็เป็นการตอบไป ฉะนั้น คงเป็นเจตนาที่จะตอบคำถาม และผมดีใจที่มีคนไปร้องอย่างนี้ เป็นการตั้งคำถามของสังคมไปเลยว่า มาตรา 32 แบบนี้ กับการที่เขาหากินในช่วงโควิดที่ผ่านมา โฆษณาไม่ได้ เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลหรือไม่ คงต้องโยนคำถามกลับไปที่สังคมว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”

เมื่อถามถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ 47 หน่วยเลือกตั้ง ที่มีปัญหาคะแนนเขย่ง นายพิธากล่าวว่า น่าจะมีการตรวจสอบตั้งแต่ต้น จนถึงตอนนี้ก็กินเวลาพอสมควรแล้ว ตนไม่กังวลใจ เนื่องจากภาคประชาชนมีส่วนร่วมเยอะ มีอาสาสมัคร 30,000 กว่าคน ที่จะช่วยถ่ายรูปรายงานผลคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง ถ้า กกต.เปิดพื้นที่ให้รับทราบ จะได้ให้ภาคประชาชนช่วยกันตรวจสอบ

ขณะเดียวกันพรรคก้าวไกลก็ได้ตรวจสอบแล้ว เมื่อถามหัวหน้าพรรคร่วมอีก 7 พรรค คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะพรรคก้าวไกลชัดเจนมาตลอดว่าไม่มีเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทั้งนี้ หากมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคก้าวไกลก็พร้อมอยู่แล้ว ตัวเบา พร้อมสู้ เมื่อถามถึงผลคะแนนภายหลังการนับคะแนนใหม่ นายพิธา กล่าวว่า น่าจะมากขึ้น

ส่วนการตั้งข้อสังเกตที่มาที่ไปของการเกิดคะแนนเขย่ง นายพิธากล่าวว่า ตนเป็นห่วงเรื่องบัตรโหลมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีหมายเลข ไม่มีโลโก้พรรค ในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน