เศรษฐา นั่งหัวโต๊ะ ถกทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย ยก 5 แนวทาง สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ ทั้งด้านต่างประเทศ การเข้าถึงแหล่งทุน เกษตร พลังงาน ท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค ในฐานะกรรมการ เลขานุการและโฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรค นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองประธานกรรมการ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาและกรรมการด้านเศรษฐกิจ
โดยที่ประชุมหารือเพื่อเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหารือแนวทางสร้างรายได้ให้กับประเทศในด้านต่างๆ ประกอบด้วย
1.ด้านการต่างประเทศ ที่ประชุมพิจารณาการสร้างความเชื่อมั่นและบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก การอำนวยความสะดวกด้านการศุลกากรแบบไร้รอยต่อ การเจรจาความตกลงการค้าเสรี ไม่ว่าจะเป็นไทย-EU ไทย-EFTA ไทย-GCC ไทย-UK และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และการรับมือนโยบายเน้นการบริโภคภายในของประเทศจีน การหาตลาดใหม่ในประเทศที่มีประชากรมาก แต่ปริมาณการค้ากับไทยยังน้อย เช่น ไนจีเรีย และความท้าทายภาคธุรกิจไทยและโอกาสใน BIMSTEC
2.ด้านภาวะหนี้และการเข้าถึงแหล่งทุน ที่ประชุมหารือ 3 ปัญหาสำคัญที่ทำให้ภาคเอกชนเข้าไม่ถึงแหล่งทุน คือ 1) การขาดหลักประกันที่ตรงกับความต้องการของสถาบันการเงิน 2) การมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี และ 3) แนวทางประกอบธุรกิจไม่ตอบโจทย์ นอกจากนั้นยังมีความกังวลกับภาวะหนี้เสียของภาคเอกชนที่เป็นระเบิดเวลาที่จะเป็นปัญหาในระยะถัดไป
3.ด้านการเกษตร ที่ประชุมหารือแนวทางปฏิบัติต่อเนื่องจากแนวนโยบายของพรรค ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตลาดนำการผลิต การเพิ่มผลิตภาพของภาคการเกษตร การขยายพื้นที่ชลประทาน การปรับพื้นที่เพาะปลูกให้ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินบนเงื่อนไขการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประชาชนจากสินทรัพย์ที่ถูกมองข้าม
4.ด้านพลังงาน ที่ประชุมหารือการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนเรื่องราคาพลังงาน โดยการขยายเวลายกเว้นการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท รวมถึงการปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาพลังงานในระยะกลาง-ยาว โดยยึดหลักความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
5.ด้านการท่องเที่ยว ได้หารือเกี่ยวกับการเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงผ่านวีซ่าแบบเดินทางเข้า-ออกหลายครั้ง (Multiple Entry Visa) การสร้างแรงจูงใจเพื่อเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวแบบพักพิงระยะยาว ผู้สูงอายุ และการดึงดูดนักท่องเที่ยวเอเชียใต้ รวมถึงการแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว