กกต.ยังไม่ประกาศผลเลือกตั้ง พิธายังไม่เป็นนายกฯ พรรคก้าวไกลยังไม่เป็นรัฐบาล ก็เปลี่ยนประเทศเป็นสีส้มไปเยอะแล้ว

แค่พิธาออกรายการสรยุทธ แนะนำสุราพื้นบ้าน ก็ขายหมดโรงงาน ขายลามไปหลายจังหวัด โดยไม่ใช่แค่วัฒนธรรมด้อมแห่เห่อตามคนดัง เพราะนี่คือนโยบาย “สุราก้าวหน้า” ซึ่งถกเถียงทางทัศนะ

ทำไมต้องจำกัดการผลิตคราฟต์เบียร์ สุราพื้นบ้าน ซึ่งช่วยแปรรูปสินค้าเกษตร ทำไมต้องห้ามโฆษณาแล้วมาไล่จับร้านค้าข้างถนน คนโพสต์เฟซบุ๊ก ทำไมต้องจำกัดเวลา ทำไมต้องห้ามขายวันพระใหญ่ ประเทศไทยไม่ใช่รัฐพุทธ

นี่คือการต่อสู้ทางทัศนะ กับรัฐเป็นใหญ่ รัฐเป็นบิดา รัฐศีลธรรม หมอ-พระ “จน เครียด กินเหล้า” กินแล้วจน กินแล้วป่วยเป็นภาระ กินแล้วผิดศีลห้า ฯลฯ ทั้งที่รัฐควรมีอำนาจหน้าที่แค่เข้มงวดเมาขับ เมาทะเลาะวิวาท ที่เหลือจากนั้นใครจะกินไม่กินก็เป็นเสรีภาพ

เสรีภาพต้องมากับความรับผิดชอบ ใช่เลย แต่ประเทศนี้ไม่เคยยอมรับการกินเหล้าอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ยักสอนให้กินอย่างพอเพียง มีสติ ทางสายกลาง มีแต่ผลักไสให้เมาเป็นหมา

สุราก้าวหน้า จะทำให้คนกินเหล้ามากขึ้น เมาขับมากขึ้น เช่นเดียวกับสมรสเท่าเทียม จะทำให้คนเป็น LGBTQ มากขึ้น นั่นคือทัศนะดักดาน

งานไพรด์ซึ่งพิธา อุ๊งอิ๊ง ใส่เสื้อสีรุ้ง ยืนยันว่าประเทศเปลี่ยนไปแล้ว ยังไง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมก็ต้องผ่าน คู่รักเพศเดียวกันต้องได้สิทธิสมรสสิทธิสวัสดิการเท่าเทียมกับชายหญิง

ในขณะที่ กกต. “รีแบรนด์” ถอดคำขวัญโปร่งใสออกไปแล้ว ยังไม่ประกาศผลเลือกตั้งสักที คลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงก็ถาโถมไม่หยุด เช่น ดราม่าหลักสูตร กอส. ตำรวจอภิสิทธิ์ติดดาว ซึ่งแท็กถึงรังสิมันต์ โรม และพรรคก้าวไกล

อะไรๆ ก็พรรคก้าวไกล? เพราะคนเชื่อมั่นไง ว่าก้าวไกลอภิปราย “ตั๋วช้าง” ยึดมั่นในความเท่าเทียม ต่อต้านระบบเส้นสาย ทั้งก้าวไกลและคนเลือกอยากเปลี่ยน

หมอจบใหม่ลาออก ก็เป็นหนึ่งในนโยบายแรงงานก้าวไกล หนุนให้ตั้งสหภาพผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ หมอจบใหม่ลาออกไม่ได้มาจากปัญหาขาดงบประมาณ ขาดบุคลากร หรือโทษบัตรทอง ทำให้ภาระงานมากขึ้น นั่นเป็นปัญหาทั่วไป

แต่ปัญหาหมอจบใหม่มาจากวัฒนธรรมอำนาจนิยมในโรงพยาบาล ระบบ SOTUS รุ่นพี่กดรุ่นน้อง หมอจบใหม่ใช้ทุนต้องเข้าเวรติดต่อกัน 30-36 ชั่วโมงไม่ได้หลับนอน ทั้งสุขภาพตรากตรำ ไม่ดีต่อคนไข้ แล้วยังโดนรุ่นพี่โขกสับ

ประเด็นเหล่านี้เป็นแค่หนังตัวอย่าง ที่คนจำนวนมากอยากเปลี่ยนประเทศไปพร้อมกับรัฐบาลก้าวไกล “เปลี่ยนไปพร้อมกัน” คือไม่ใช่แค่ฝากความหวังรัฐบาล นั่งนอนอยู่บ้าน กดไลก์กดแชร์ แต่ต้องการมีส่วนร่วมในสิ่งที่ตัวเองทำได้

นั่นคือ “ด้อมส้ม” 14.2 ล้านเสียง ซึ่งอาจขยายไปมากกว่าแล้วด้วย ใน 26 ล้านเสียง หรือกระทั่งคนเลือกฝั่งตรงข้าม

“ด้อมส้ม” ไม่ได้เป็นอย่างที่นักวิชาการสื่อมองจากปรากฏการณ์ “มีกรณ์ไม่มีกู” ว่าเหมือนแฟนด้อมเกาหลี ระวังเป็นดาบสองคม ถ้าบริหารจัดการไม่ดี ควรใช้เหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ หรือใช้ทัวร์ลง ฯลฯ

นั่นเป็นการมองแค่เฉพาะจุด ไม่ได้มองภาพกว้าง ว่าการเมืองใหม่ในการหาเสียงของก้าวไกล คือชวนคนมาเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน Co-Change ตั้งแต่ชักชวนให้ร่วมบริจาคพรรค บริจาคผู้สมัคร ไปจนเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ (ที่บางพรรคหงุดหงิดใจเห็นเป็น IO)

ก้าวไกลชนะใจเพราะให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ก้าวไกลเป็นพรรคของคนธรรมดา ที่เป็นเหมือนเพื่อน พี่ น้อง ไม่ใช่ท่าน (เป็นรัฐมนตรีก็คงไม่มีใครเรียกท่าน ห้ามเรียกท่าน) ไม่ใช่เศรษฐี ไม่ใช่คนที่มีสถานะไกลห่าง บางคนเป็น Influencer แต่ก็เป็นจากการต่อสู้ การทำหน้าที่ ส.ส.ส่วนใหญ่เจอบนถนนไม่บอกไม่รู้ว่านี่คือ ส.ส.

บางคนอย่าง เซีย จำปาทอง ขอโทษที เดินสวนกันคุณอาจคิดว่าคนงานมาซ่อมบ้าน แต่นี่คือที่มาของคะแนนล้นหลามในย่านโรงงาน ปริมณฑล ตะวันตกตะวันออก

ก้าวไกลให้ความหวัง ไม่ใช่แบบผู้นำ ไม่ใช่อัศวิน แต่บอกว่าเราจะเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน 300 นโยบาย จะทำสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เป็นสิ่งที่จะขับเคลื่อนด้วยกัน ขอเพียงทำเต็มที่ ถ้ามันชนตอ ก็จะสู้ด้วยกัน

เหมือนอย่างนโยบายเศรษฐกิจ ต้านทุนผูกขาด เก็บภาษีทรัพย์สิน เพิ่มภาษีบริษัทยักษ์ใหญ่ หุ้นตก นักเล่นหุ้นโวยวาย “หัวคะแนนธรรมชาติ” นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ ก็ออกมาปกป้องศิริกัญญา และบังเอิญเหลือเกิน เกิดวิกฤตหุ้น STARK ประธานบริษัทกองทุนที่บอกให้ยกเลิกทุกนโยบายของว่าที่รัฐบาล ก็โดนย้อนว่าผลประกอบการ 5 ปียุคตู่ ติดลบ 16.49%

สังคมเหลืออดกับความเหลื่อมล้ำ ทุนผูกขาด เก็งกำไร รวยได้รวยเอา จึงหนุนก้าวไกล เราต้องการความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ กกต.กลับมาจับผิดค้อนเคียว สมควรไหมที่ถูกทัวร์ลง

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเลือกตั้ง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดหลังเลือกตั้ง เกินกว่าจะยั้งไม่ให้พิธาเป็นนายกฯ ก้าวไกลเป็นรัฐบาล นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ประเทศนี้จะเป็นอย่างไร

อย่าว่าอื่นไกล แม้แต่พรรคเพื่อไทย จะยุจะเสี้ยมหรือจะอยากเพียงไร เพื่อไทยก็รู้ว่าถ้าพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ ด้วยเหตุใดก็ตาม ตัวเองเป็นแทนก็จะกลายเป็นหนังหน้าไฟ

อำนาจอนุรักษ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมให้พิธาเป็นนายกฯ แล้วหวังว่าจะทำไม่ได้ตามคำมั่นสัญญา หวังว่าจะผิดพลาด หวังว่าจะเสื่อมเอง ฯลฯ

แต่ย้อนดูตั้งแต่ต้น มันไม่ใช่แค่พิธา ก้าวไกล ประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนสู่ทัศนะใหม่ ที่ใครก็ย้อนกลับไม่ได้

ใบตองแห้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน