“วิษณุ” ชี้ คนถูกศาลรธน. สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.-แคนดิเดตนายกฯ รัฐสภาโหวตไม่ได้ ใครทูลเกล้าฯชื่อมีปัญหาต้องรับผิดชอบ ชี้ช่องทางม.151 ใช้เวลานาน

วันที่ 13 มิ.ย.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากนักการเมืองถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด จะสามารถนำรายชื่อดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ได้หรือไม่ ว่า ปกติการจะแต่งตั้งตำแหน่งใดก็ตามเป็นพระราชอำนาจ

กรณีแต่งตั้งข้าราชการประจำ ผู้พิพากษา อัยการ อธิบดี หรือการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้มีข้อตกลงกับสำนักพระราชวังมา 2-3 ปีแล้ว ให้ตรวจอย่างเข้มงวดกวดขัน ถ้ามี ก็ให้กราบบังคมทูลขึ้นไปว่ามีเหตุอย่างนี้อยู่ ส่วนจะโปรดเกล้าฯ อย่างไรก็แล้วแต่ คำตอบนี้เป็นคำตอบเดียวกัน

เมื่อถามว่าการทูลเกล้าฯชื่อนายกรัฐมนตรี ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ใช่ครับ”

เมื่อถามว่ากระบวนการที่กล่าวมาเป็นกฎหมาย หรือเป็นจารีตประเพณี นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องโปรดเกล้าฯ เป็นพระราชอำนาจ เราก็ไม่ต้องไปสงสัยอะไรแล้ว แต่เราต้องกราบบังคมทูลขึ้นไปว่าเกิดอะไรขึ้น และผู้ที่รับผิดชอบหากมีอะไรเกิดขึ้นคือผู้รับสนองพระราชโองการ ซึ่งกรณีเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีก็คือประธานรัฐสภา ไม่เช่นนั้นจะรับสนองฯทำไม การรับสนองฯ คือการรับผิดชอบแทน เพราะสิ่งที่ทูลเกล้าฯ ไป ต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบอย่างนั้น

เหมือนสมัยก่อนโหวต พล.อ.อ.สมบุญ ระหงส์ เป็นนายกฯ แต่ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานรัฐสภาสมัยนั้น ไปเสนอชื่อ นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ นายอาทิตย์ ก็รับผิดชอบ ฉะนั้นประธานรัฐสภาก็ต้องดูแลให้ถูกต้องให้ดี ถ้าจะเบรกอะไรก็เบรกในชั้นประธานรัฐสภา

เมื่อถามว่าหากแคนดิเดตนายกฯ คนใดถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีถูกร้องว่ามีลักษณะต้องห้ามการเป็นส.ส. และแคนดิเดตนายกฯ จะนำรายชื่อนั้นไปโหวตนายกฯ ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ได้”

เมื่อถามต่อไปว่าแม้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่มีคำตัดสินออกมา จะโหวตได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวย้ำว่า ไม่ได้ เพราะเมื่อถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วก็เข้าไปทำหน้าที่ไม่ได้ แล้วจะไปตั้งทำไม และชื่อนั้นไม่เสนอเข้ามา แต่ปกติศาลจะไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เร็วเกินไป ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร

เมื่อถามว่าการจะไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าบุคคลใดมีลักษณะต้องห้ามจะใช้กฎหมายใด นายวิษณุ กล่าวว่า ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 82 ซึ่งผู้ที่ร้องได้คือ ส.ส จำนวน 1 ใน 10 ของสภาฯ หรือ 50 คน ซึ่งส.ส.จะยื่นได้หลังการถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้วถึงจะทำหน้าที่ได้ ส่วนส.ว.จำนวน 1 ใน 10 หรือ 25 คน เพราะส.ว.สามารถลงชื่อเพื่อตรวจสอบส.ส. ส.ว. รวมถึงรัฐมนตรีได้โดยยื่นผ่านประธานรัฐสภา เมื่อมีการเลือกกันแล้ว และอีกช่องทางหนึ่งคือ กกต.เป็นผู้ยื่น

เมื่อถามว่าการที่ กกต.จะฟ้องใครด้วยความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 151 จะฟ้องช่องทางใด นายวิษณุ กล่าวว่า ตามมาตราดังกล่าวต้องไปช่องทางศาลอาญา และไม่มีขั้นตอนการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่มาตรา 151 เป็นที่มาของทุกเรื่อง ถูกต้องแล้วที่ไม่รับเรื่องอื่น เพราะเมื่อ 151 ออกมาแล้วคลุมหมดทุกอย่าง แต่กระบวนการนี้ใช้เวลานานเพราะใช้กระบวนการยุติธรรมปกติ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน