เลือกตั้งครบเดือน กกต.ยังไม่ประกาศผล ซ้ำมีข่าวแขวนว่าที่ ส.ส. 71 คน รวมทั้ง “ไอซ์ รักชนก”
ก้าวไกลไม่มีข้อครหาซื้อเสียง ยังโดนแขวน 6 คน อนุมานได้ว่าทุกพรรคที่โดน ส่วนใหญ่คงไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่โดนเรื่องจุกจิกมโนสาเร่ ขัดกฎระเบียบอันเคร่งครัด เช่นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดนข้อหารำวงงานวัด
นั่นแหละงานถนัดของ กกต. เคร่งครัดจับผิดตัวอักษร เอกสารราชการกั้นหน้ากั้นหลัง โดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ประชาชน ว่าเรื่องที่โดนร้องมีผลต่อการตัดสินใจเลือกของประชาชนหรือเปล่า ทีซื้อเสียงกันโครมๆ จนต้องเปลี่ยนคำเรียก “กระสุน” เป็น “ขีปนาวุธ” กกต.ไม่ยักจับได้ ถ้าจับได้คือคู่แข่งดักจับให้เป็นผลงาน
“คะแนนเขย่ง” นับใหม่ 47 หน่วย หน่วยละ 1-2 คะแนน ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเลือกตั้ง แต่ทำเหมือนเด็กส่งการบ้าน ครูระเบียบ ต้องแก้จุดทศนิยมตัวที่สิบให้เป๊ะ ในทางตรงข้าม ผู้สมัครหลายเขตร้องให้นับใหม่เพราะชนะกัน 100-200 คะแนน ท่ามกลางบัตรเสีย 3 ล้านใบ กกต.ทำเฉย ทั้งที่ควรเคลียร์ให้ สิ้นสงสัยตั้งแต่สัปดาห์แรก
กกต.มีไว้ทำไม คนชั้นกลางในเมืองยุครัฐธรรมนูญ 2540 หวังให้มี กกต.จับซื้อเสียง ตอนนี้กลายเป็นครูโรงเรียนจับผิดเสื้อผ้าหน้าผม การเลือกตั้งอย่างที่เห็นควรจะเป็นครั้งสุดท้าย แก้รัฐธรรมนูญต้องโละอำนาจ กกต. รื้อกฎหมายเลือกตั้งใหม่หมด
เลือกตั้งครบเดือน งงกันทั้งโลก ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาล มีแต่ประยุทธ์นั่งหัวโด่ ทุกอย่างหยุดชะงัก งบประมาณอาจล่าช้า 3-6 เดือน จีดีพีสะดุด นักลงทุนหวั่นไหว จนมีข่าวจะย้ายประเทศหนี ไม่ใช่กลัวนโยบายก้าวไกล แต่กลัวก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วประชาชนลุกฮือ ประเทศไปต่อไม่ได้
ตลอดทั้งเดือน เรื่องคอขาดบาดตายของประเทศนี้คือพิธาถือหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น คิดเป็น 0.0035% เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญคือไม่ต้องการให้ใช้สื่อเอาเปรียบคู่แข่ง ให้คุณให้โทษในการเลือกตั้ง พิธาถือหุ้นน้อยนิดไม่มีอำนาจบงการไอทีวี ซึ่งก็ไม่ได้เป็น “หุ้นสื่อ” ตั้งแต่ปี 2550
มิหนำซ้ำ กลายเป็นไอทีวีต่างหาก ถูกสงสัยว่ามีอำนาจบงการ ให้แก้รายงานการประชุม แก้งบการเงิน เพื่อให้โทษพิธา
ในทางกฎหมายอาจจะมีคนติดคุกตามมาตรา 143 ก็ยังแถจะเอาผิดพิธา “รู้อยู่แล้วไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง” เพราะถือหุ้นสื่อ (แม้ไม่ใช่หุ้นสื่อ ก็อาจเอาผิดพิธาว่า เจตนาถือไว้เพราะคิดว่าเป็น หุ้นสื่อ นั่นคือวิธีใช้กฎหมาย)
ประเด็นชัดเจนว่า หนึ่ง โดยแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเอง คำสั่งศาลปกครองสูงสุด คำพิพากษาศาลฎีกาเลือกตั้ง ไอทีวีไม่ใช่หุ้นสื่อ ต่อให้ใช่ พิธาก็ถือหุ้นน้อยนิดไม่มีอำนาจบงการ
สอง พิรุธเพียบ หลักฐานเกลื่อน สังคมเชื่อว่าพิธาโดนวางยา และน่าจะมีคนติดคุก
ขนาดนั้นยังมีคอมเมนต์ขยะ นกแก้วนกขุนทอง พิธาโดนแหง พิธาโดนแน่ เขาไม่ให้เป็นนายกฯ หรอก
ส่วนหนึ่งก็เป็นพวกแพ้เลือกตั้ง คลั่งจนบอกว่าถ้ามีอำนาจจะทำรัฐประหาร มองรอบข้างเหลือพวกตัวน้อยนิด ต้องสนธิกำลัง ขี้หมูไหล ย้ำคิดย้ำคำให้ 250 ส.ว.มีข้ออ้างไม่โหวตพิธา ไม่เคลียร์เรื่องหุ้น, แก้ 112, แยกดินแดน, ไม่อุดหนุนศาสนา, อเมริกา ตั้งฐานทัพ ฯลฯ
เนติบริกรสะดุดขาโต๊ะ น้ำต้มยำร้อนๆ ลวกหัวตัวเองอีกแล้ว บอก 25 ส.ว.เข้าชื่อร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ ผิด! ต้อง 50 ส.ส. บอกถ้าศาลสั่งแขวนเสนอชื่อโหวตนายกฯ ไม่ได้ ผิด! เพราะเป็นแค่ร้องตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.
ด้วยแนวคำวินิจฉัย 3 ศาล ด้วยข้อเท็จจริงพิธาอาจโดนวางยา ศาลยังจะสั่งแขวน?
อีกส่วนที่ท่อง “พิธาโดนแน่ๆ” ก็มาจากฝั่งเดียวกัน (หรือเนียนเป็นฝั่งเดียวกัน) แบบเชื่อฝังหัวว่าอำนาจทำได้ทุกอย่าง เขาไม่ต้องการให้พิธาเป็นก็ต้องไม่ได้เป็น ทั้งที่ครั้งนี้ นิติสงครามถูกปิดช่อง กระแสสังคมก็ไม่เหลืออยู่ข้างฝั่งอนุรักษ์ ยังเอาความกลัวในอดีตมาหลอกหลอน ให้ประชาชนวันนี้ยอมรับชะตากรรม
9 ปีประยุทธ์ 6 ปีรัฐธรรมนูญ 60 ตัดสิทธิธนาธร ยุบอนาคตใหม่ ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากคิดเลยถ้าพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ จะเกิดอะไร
ใช้นิติสงครามได้ ใช้ ส.ว.สกัดได้ รัฐประหารเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ราคาความเสียหายที่อำนาจอนุรักษนิยมต้องจ่ายจะใหญ่โตมโหฬารกว่าทุกครั้งทบรวมกัน
นั่นแหละที่พิธาบอกประชาชนว่าอย่าเบื่อการเมือง เขาพยายามทำให้เราเบื่อ ต้องไม่เบื่อและร่วมเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน
ผมไม่คิดว่ามีใครเบื่อ แม้เบื่อข่าวคลิกเบต คอมเมนต์ขยะ ไร้สาระ แบบ ป.ป.ช.ก็อะไรไม่ทราบ บอกพิธามีคำสั่งศาลเป็น ผู้จัดการมรดก แต่หาต้นขั้วไม่เจอ ศาลไม่ได้เก็บไว้
อ้าว ถ้าหาต้นขั้วไม่เจอ พิธาจะไม่ได้เป็นนายกฯ เหรอ ทำยังกับเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศชาติ ทั้งที่ไร้สาระ
ประชาชนไม่ได้เบื่อ แต่กำลังสั่งสมเป็นความโกรธ รอวันประกาศผลเลือกตั้ง รอวันเปิดประชุมสภา รอวันโหวตนายกฯ
ลองย้อนดูวันที่ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เปิดคลิปการประชุม ผู้ถือหุ้นไอทีวี ดูการแสดงออกล้นหลามของประชาชน ทั้งโกรธ ทั้งสะใจ ลุกลามไปทั่วประเทศชั่วพริบตา
ไม่เคยมีมาก่อนที่สื่อ ประชาชน สังคมออนไลน์ นักกฎหมาย นักการเงิน ช่วยกันปกป้องผู้นำจากเลือกตั้งถึงขั้นนี้ (ยุคทักษิณ ยิ่งลักษณ์ยังถูกชี้นำโดยสื่อกระแสหลัก สังคมออนไลน์ไม่เข้มแข็งเท่าปัจจุบัน และแน่ละ สังคมยังแยกข้างกว่านี้)
อนาคตอยู่ในมือพิธา ก้าวไกล และประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนไปข้างหน้า อำนาจอนุรักษนิยมเหลือทางเลือกเดียว คือปรับตัวอยู่กับรัฐบาลประชาธิปไตยให้ได้