“เสรี” ซัด “ก้าวไกล” ปั่นราคา ส.ว.หนุน “พิธา” นั่งนายกฯ ยันคนที่เอ่ยขื่อถอยแล้ว ด้าน “วันชัย” โพสต์ “ฝั่ง312” จะแพ้ศึก หลังอีกฝั่ง รวบตัวตึง ส.ว. 200 เสียง หนุนโหวตนายกฯ
23 มิ.ย. 66 – นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมือง วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคก้าวไกลเผยถึงทิศทางที่ดีที่ส.ว.จะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ว่า
เป็นการปั่นราคาทางการเมืองหรือปั่นหุ้นทางการเมือง เพราะจากที่ตนรับทราบ ส.ว.ที่เคยประกาศสนับสนุนนายกฯ ของเสียงข้างมาก ประมาณ 20 คนนั้น ส่วนใหญ่ไม่เคยเอ่ยชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล แม้จะมีคนที่เอ่ยถึงชื่อ แต่ทราบว่าเขาถอยแล้ว
“ในกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ยังมีประเด็นตรวจสอบเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายพิธา ซึ่งผมยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะขณะนี้เป็นขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานเพื่อขอข้อมูล เป็นประเด็นเกี่ยวกับหนี้สินและทรัพย์สินที่สอดคล้องกับคุณสมบัติ” นายเสรี กล่าว
ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ “ฝ่าย 312 ชนะเลือกตั้งขาดลอย… แต่แพ้คะแนนโหวต อีกฝ่าย 188 แพ้เลือกตั้งราบคาบ… แต่ชนะคะแนนโหวต ต่างฝ่ายต่างแพ้ ต่างฝ่ายต่างชนะ จะมีใครยอมใครมั้ยเนี่ย…ตอนนี้มีคนกำลังจะทำให้ฝ่ายที่ดูว่าแพ้กลับมาชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด…
“ผมรู้นะ… แต่อุบไว้ก่อน… ขอนั่งสมาธินิ่งๆอยู่วัดไก่เตี้ย…” นายวันชัยระบุ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายวันชัย เคยโพสต์ว่า “รู้แล้วจะหนาว เกมนี้มันหลายชั้นจริงๆ พลิกไปพลิกมา ล็อคถล่มแผ่นดินทลาย คอยดูเถอะ…”
ทั้งนี้ นายวันชัย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสนามข่าว 101 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อประเด็นการเมือง ตอนหนึ่งว่า ซีกหนึ่งได้ 312 เสียง ชนะการเลือกตั้ง แต่แพ้คะแนนโหวต ที่ต้องการ 376 เสียง โดยตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ฝากหนึ่งชนะเลือกตั้ง แต่แพ้คะแนนโหวต
ส่วนอีกฝ่ายแพ้เลือกตั้งราบคาบ แต่ชนะคะแนนโหวต แปลว่า อีกฝ่ายได้ 188 – 190 เสียง ยอมบวกกับ 200 จากฝั่งวุฒิสภา แปลว่า ฝ่ายหนึ่งแพ้เลือกตั้ง แต่ชนะคะแนนโหวต อีกฝ่ายชนะเลือกตั้ง แพ้คะแนนโหวต ทั้งนี้ตนนั่งคิดเอาเอง ที่ว่าฝ่ายหนึ่งชนะศึกแต่แพ้สงคราม
“312 ที่ได้มานั้น แทงหวยยังไม่โดนเลย ฝ่ายหนึ่งชนะเลือกตั้งได้ 312 เสียง แห่รอบโบสถ์ เตรียมนำนาคเข้าโบสถ์ แต่กุญแจโบสถ์มีรหัส 376 เข้าไม่ได้ แต่กลุ่มอำนาจเดิมมี 190 ไม่ได้แห่นาคเลย พรวดถึงประตูโบสถ์ บวก 200 เข้าโบสถ์ได้เลย แต่อาจจะทำพิธีกรรมไม่ได้ ขานนาคไม่ได้ กฎหมาย งบประมาณ พิธีกรรม ต้องใช้ 250 ขึ้น แต่เข้าโบสถ์ได้ คนที่รอหน้าโบสถ์ ทนตากแดด เปียกฝน อย่าง หมอชลน่าน ศรีแก้ว ก็เปียกฝน ตากแดดอยู่หน้าโบสถ์ แต่คนที่อยู่ในโบสถ์ บวชได้ก็ต้องถูกจับสึก ตัวเลข 190 ขาดอีก 60 จะได้ 250
ผมคิดแบบหยาบๆ ตั้งรัฐบาลใช้เงินหมื่น-สองหมื่นล้านบาทนั้นเด็กๆ คะแนนที่เหลือ 60 เอาไปคนละ 100 ล้าน ก็ใช้แค่ 6,000 ล้านบาท ผมคิดแบบนี้อาจจะผิดก็ได้ ผมขอกราบอภัย ส.ส.” นายวันชัย กล่าว