รักษาสิทธิด่วน รัฐบาล เตือน ผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการ ผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติรอบแรก รีบยืนยันตัวตน ที่ธนาคารภายใน 26 มิ.ย.นี้
23 มิ.ย. 66 – น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการคลัง ได้ประกาศรายชื่อและเปิดให้ผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ดำเนินการยืนยันตัวตนที่ธนาคาร 3 แห่งนั้น
ผู้ผ่านคุณสมบัติยังยืนยันตัวตนได้ตลอด โดยการดำเนินการที่ธนาคารกรุงไทย ไม่มีกำหนดสิ้นสุด แต่ส่วนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จะเปิดให้ยืนยันตัวตนถึงวันที่ 27 ส.ค. 66 เท่านั้น
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ในกรณีของผู้ผ่านคุณสมบัติตั้งแต่รอบแรก ซึ่งกระทรวงการคลังเริ่มให้ยืนยันตัวตนมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 66 เป็นต้นมานั้น หากยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มิ.ย. 66 นี้ จะยังได้รับสิทธิวงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้าเดือนละ 300 บาท ย้อนหลังตั้งแต่เดือน เม.ย.-พ.ค.
ทำให้ผู้ที่จะเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 66 จะได้รับวงเงินส่วนนี้ทั้งสิ้น 1,200 บาท แต่หากยืนยันตัวตนหลังจากนั้น คือ ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 66 ซึ่งจะเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 66 เป็นต้นไป จะไม่ได้รับสิทธิวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคย้อนหลัง แต่จะได้รับเฉพาะวงเงินปกติตามสิทธิของเดือนที่เริ่มใช้สิทธิเท่านั้น
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ทางด้านผู้ผ่านคุณสมบัติรอบอุทธรณ์ ซึ่งกระทรวงการคลัง ได้ประกาศผลและเริ่มให้ทยอยยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 66 เป็นต้นมา จำนวน 26,696 รายนั้น หากยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มิ.ย. 66 นี้ ก็จะได้สิทธิวงเงินค้าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคย้อนหลัง 3 เดือนเช่นเดียวกัน
และหากยืนยันตัวตนหลังจากนี้ไปจนถึง 26 ก.ย. 66 จะยังได้รับสิทธิในวงเงินค่าสินค้าอุปโภคบริโภคย้อนหลังอยู่ แต่หากดำเนินการหลังจากนั้น คือตั้งแต่ 27 ก.ย. 66 เป็นต้นไปจะไม่ได้รับวงเงินย้อนหลัง แต่ได้รับเฉพาะวงเงินปกติตามสิทธิของเดือนที่เริ่มใช้สิทธิเท่านั้น
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับวิธีการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านคุณสมบัติต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดไปยืนยันตัวตนที่ธนาคาร เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th หรือติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า กรณีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติที่ไม่สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้ด้วยตนเอง อาทิ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนแทนได้
โดยใช้เอกสาร 1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้ได้รับสิทธิ 2. หนังสือมอบอำนาจการยืนยันตัวตน (ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของโครงการฯ) 3. บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ 4. บัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)
5. ใบสำคัญการหย่าหรือ ใบมรณบัตร หรือหนังสือรับรองการตาย หรือทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายตาย (เฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์แบบมีเงื่อนไขที่ได้ยื่นเอกสารหนังสือประกอบการพิจารณา กรณีผู้ลงทะเบียนไม่สามารถติดตามคู่สมรสมาเพื่อดำเนินการหย่าตามกฎหมายได้)