ขบวนรถทัวร์พุ่งชนพรรคเพื่อไทย ตามด้วยเทรลเลอร์ 18 ล้อขยี้ หลังตั้งแง่ “ศึกศักดิ์ศรี” 151 เสียงกับ 141 เสียง ควรจะ 14+1 เท่ากัน ก้าวไกลได้นายกฯ เพื่อไทยก็ควรได้ประธานสภา

การ์ตูนล้อมาทันที วิ่งแข่งกัน ที่หนึ่งได้เหรียญทอง พร้อมกับได้ถ้วย ที่สองครวญ ไม่แบ่งบ้างเลยหรือ

เก้าอี้ประธานสภา แม้ไม่มีกติกาข้อบังคับ แต่ก็เป็นมารยาทว่าควรให้พรรคอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อจะร่วมรัฐบาลกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในการเสนอประเด็นให้สาธารณชนร่วมตัดสิน พรรคก้าวไกลยัง “ได้เปรียบ” เพราะเสนอวาระ ความสำคัญ ตัวบุคคล วิสัยทัศน์ ที่จะมาทำหน้าที่

ขณะที่พรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรมาแข่งเลย นอกจาก “ทวงศักดิ์ศรี” กับมีชื่อ “พ่อมดดำ” อดีตรองประธานสภาของพรรคพลังประชารัฐ ที่อ้างว่า “เพื่อนเยอะ” สมควรเป็นหัวหน้าห้อง

รถทัวร์จึงดับเครื่องชน กระทั่งคนผูกพันพรรคอย่าง อ.ธเนศวร์ เจริญเมือง ยังประกาศ แพ้แล้วต้องยืดอก อย่าให้ต้องเลือกเพื่อไทยเป็นครั้งสุดท้าย

แต่มันไม่ใช่แค่นั้น ยังตามด้วย 18 ล้อขยี้ คือทำให้คนยิ่งเชื่อทฤษฎีสมคบคิด แบบพลังประชารัฐจะเสนอชื่อพ่อมดดำ แล้วเพื่อไทยจะดัดหลังก้าวไกล พลิกไปหนุน “ป้อม เกาะโต๊ะ” เป็นนายกฯ คนที่ 30 เอาทักษิณกลับบ้าน ตามแผนการที่บินไปคุยกัน ณ กรุงลอนดอน ฯลฯ เสียงด่าจึงกระหน่ำ ด้วยความไม่ไว้วางใจ

ทั้งที่หากทำเช่นนั้นจริง ส.ส.เพื่อไทย 141 คน ก็รู้อนาคตว่าสมัยหน้าอาจต่ำห้าสิบ ต้องติดแฮชแท็ก #SAVE พรรคแบบประชาธิปัตย์

ในความเป็นจริง ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาอาจไม่เกี่ยวกับทฤษฎี Conspiracy เลยก็ได้ แต่มาจากความคับแค้นใจ อารมณ์ค้าง ไม่คิดว่าจะพ่ายแพ้ ไม่เคยคาดว่าจะเป็นพรรคอันดับสอง ทั้งของ ส.ส. และแฟนคลับ ที่ยังทำใจไม่ได้ ไม่สามารถสรุปบทเรียนแพ้เพราะอะไร นอกจากร่ำไห้ “เพื่อไทย’ไรก็ผิด” ไม่ได้รับความยุติธรรม ทั้งที่สู้มาก่อน กลับกลายเป็นเบี้ยล่าง “สลิ่มเฟสสอง” (บลาบลาบลา)

ทั้งนี้หากย้อนดูการเจรจาระหว่าง 2 พรรค จะพบว่าแม้เพื่อไทยโวยในตอนแรก ไม่พอใจก้าวไกลเปิดประเด็นให้ถกผ่านสาธารณะ แต่กลางสัปดาห์ก่อน ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรคคนสำคัญ “พี่อ้วน” ภูมิธรรม ก็ยอมรับว่าประธานสภาเป็นของพรรคอันดับหนึ่ง

แต่พอมีเสวนาพรรค อดิศร เพียงเกษ ก็ทะลุปล้อง ไม่ยอมให้ “พระบวชใหม่” เป็นเจ้าอาวาส อ้าง ส.ส. 90% เห็นพ้อง เรียกรถทัวร์ไปเกยกันจนมิดหลังคาบ้าน

ว่าตามกระแสข่าวคืออันที่จริง คณะเจรจาตกลงกันได้แล้ว แต่เพื่อไทยขอเวลาเคลียร์ ส.ส.ที่ไม่พอใจ ที่ไหนได้ ข่าวรั่ว แล้วรังสิมันต์ โรม ก็ออกมาแถลง “หลักการ” ทำให้ “พี่อ้วน” สอนมารยาท กระนั้นวันรุ่งขึ้น “พี่อ้วน” ก็ยอมรับเองว่า ประธานสภาเป็นของก้าวไกล

ในมุมมอง 2 มุม ระหว่างทักษิณสั่งได้ 141 ส.ส.ซ้ายหันขวาหัน ยอมทำทุกอย่างตามแผนร้ายเพื่อให้ทักษิณกลับบ้าน กับมองว่าเอาเข้าจริงพรรคเพื่อไทยไม่เป็นเอกภาพ คุม ส.ส.ไม่ได้ ไม่สามารถคุมอารมณ์ค้างจากความพ่ายแพ้ ที่แกนนำเองก็ยังไม่ตกผลึก

ดูเหมือนคนส่วนใหญ่เทไปเชื่อข้อแรก ไม่ยักมองว่าเพื่อไทยก็อยู่บน “การเมืองมวลชน” ที่อกหักคับแค้นด้วยกันทั้ง ส.ส.และ FC จึงมีดื้อมีพยศ

พูดเช่นนี้ไม่ใช่เห็นใจเพื่อไทยยกเก้าอี้ให้เถอะ ตรงกันข้าม ต้องติติงด้วยซ้ำว่าบรรดา ส.ส.เพื่อไทยไม่ตระหนัก ว่าคุณกลายเป็นพรรคอันดับสองเพราะคนไม่ไว้วางใจ ยังมาทวง “ศักดิ์ศรี” ในช่วงทฤษฎี conspiracy สะพัด ทำให้สังคมหวาดวิตกว่าเพื่อไทยจะเบี้ยว ดัดหลังก้าวไกล ไม่ให้พิธาเป็นนายกฯ ก็เลยโดนด่าหนัก แถมอาจโดนด่าฟรี เพราะกระแสสังคมจะบีบจนต้องยกเก้าอี้ให้ก้าวไกลอยู่ดี

“เพื่อไทย’ไรก็ผิด” เพื่อไทยโคตรอาภัพ? ทำไมคนเชื่อทฤษฎีสมคบคิด หักก้าวไกลไปยกเก้าอี้ให้ประวิตร ทั้งที่ไม่น่าเชื่อ

มันเป็น “กรรมเก่า” ที่คนเชื่อว่าทักษิณ-เพื่อไทย พร้อมจะทำอะไรก็ได้ แบบ “นิรโทษสุดซอยลักหลับตอนตีสี่” ไม่แยแสความชอบธรรม ทั้งที่ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันค้านอื้ออึง แกนนำเสื้อแดง ณัฐวุฒิ-จตุพร ก็ค้าน ยังดึงดัน “ถูกเขาหลอก” แม้ม็อบปิดเมืองขัดขวางเลือกตั้งและรัฐประหาร จะมาทำให้เพื่อไทยกลายเป็นผู้ถูกกระทำ

เลือกตั้ง 62 พรรคไทยรักษาชาติ อะไรที่ไม่คาดคิด เหลือเชื่อ ก็ทำได้ แต่ผลเป็นไง ถูกยุบพรรค เป็นจุดเปลี่ยนให้พรรคอนาคตใหม่ผงาด จากคำประกาศธนาธร-ปิยบุตร ไม่เห็นด้วยกับแนวทางอย่างนี้

ที่เพื่อไทยแพ้ก้าวไกล ก็เพราะความไม่ไว้วางใจนี่เอง ยุทธศาสตร์เพื่อไทยอันที่จริงไม่ผิด ชูแก้ปากท้องดึงคนวงกว้าง หวังชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์แล้วเข้าไปเจรจาต่อรองกับผู้มีอำนาจ แก้ปัญหาประชาธิปไตยทีละเปลาะ

เพื่อไทยหวังว่าประชาชนจะ “ไว้วางใจ” มอบอำนาจให้เข้าไปเจรจาต่อรอง ขณะที่ก้าวไกลประกาศชัดเจน เป็นวาระ ว่าจะเข้าไปจัดการอะไรบ้าง

ในมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจเพื่อไทย พูดอย่างไรคนก็ไม่เชื่อ จนกว่าก้าวไกลได้เป็นประธานสภา จนกว่าหนุนพิธาฝ่าด่าน 250 ส.ว.เป็นนายกฯ เป็นรัฐบาลด้วยกันมีปัญหาขัดแย้งก็อาจตกเป็นเบี้ยล่าง เพราะก้าวไกล PC ขี่กระแสไว้หมด

แต่ทำไงได้ละ เพื่อไทยต้องอดทน ตั้งสติข่มอารมณ์ สนับสนุนก้าวไกลให้เป็นกองหน้าท้าชน ถ้าบอกว่าตัวเองมีวุฒิภาวะมีประสบการณ์กว่า ก็ต้องเอามาประคับประคองรัฐบาล

นั่นแหละคือการรีแบรนด์ เรียกคืนความเชื่อมั่นไว้วางใจ แล้วสมัยหน้าก็เป็น 2 พรรคใหญ่ขับเคี่ยวกันในกติกาประชาธิปไตย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน