เศรษฐา วอนทุกฝ่ายยอมรับผลการเจรจา ปัดตอบ วันนอร์ เหมาะสมหรือไม่ ย้ำมีได้ก็ต้องมีเสีย ชี้เป้าหมายหลัก ตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค.2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่ลงตัวกันว่า ได้ข่าวว่าวันนี้ยังถกกันอยู่ หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะคุยกันแล้วจะเป็นผลที่ทุกฝ่ายพอใจ

เมื่อถามว่าหากทั้ง 2 ฝ่ายคุยกันแล้วไม่ลงตัว ทำให้ต้องเสนอตัวกลาง ถือเป็นแนวทางที่ทำให้ลดความขัดแย้งหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับวิธีเจรจาและทั้งสองฝ่ายยอมรับได้หรือไม่ ใช้เหตุผลคุยกัน โดยเอาเป้าหมายเป็นหลักคือ รัฐบาลต้องมาจากฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือก้าวไกล หรือพรรคร่วมอีก 6 พรรคต้องยึดมั่น

ทั้งนี้ ตนก็ได้ทราบข่าวเช่นกันว่าพรรคเพื่อไทยจะดันนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคและส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.) ชิงตำแหน่งประธานสภา เพื่อลดความขัดแย้งระหว่าง 2 พรรค ซึ่งตำแหน่งประธานสภา เป็นการตกลงกันระหว่างพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค

เมื่อถามว่ามองว่านายวันมูหะมัดนอร์ เหมาะสมหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นคำถามที่ลำบาก หากจะให้ตนตอบ เชื่อว่ามีการโยนชื่อมาหลายชื่อและทุกชื่อที่มีการเสนอมามีความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นนายวันมูหะมัดนอร์ หรือทางพรรคก้าวไกลเสนอมา หรือเป็นคนจากพรรคเพื่อไทยก็ตาม และเชื่อว่าทุกคนมีประสบการณ์

อย่างไรก็ตาม คงไม่เป็นธรรม หากจะให้ตนตอบว่าใครเหมาะสมหรือไม่ แต่เข้าใจว่าเราพยายามกันทุกฝ่ายที่จะได้รัฐบาลจากฝ่ายประชาธิปไตย และต้องทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ตำแหน่งมีได้แค่คนเดียว และเข้าใจว่าหลายคนก็สถานภาพที่ค่อนข้างจะลำบาก หากมาจากพรรคก้าวไกล หรือมาจากพรรคเพื่อไทยหรือมาจากคนกลาง หากมีคนได้ ก็ต้องมีคนเสีย

“อยากวิงวอนว่าเราอยู่ด้วยกัน จุดมุ่งหมายเดียวกัน นี่คือจุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดของประเทศไทย จึงอยากวิงวอนว่าแม้ผลจะออกมาเช่นไรก็อยากให้ทุกฝ่ายยอมกันบ้าง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่าหากทั้ง 2 พรรคตกลงกันไม่ได้ ต้องเป็นคนนอก การทำงานของทั้งสองพรรคจะราบรื่นหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของคะแนนที่มีความใกล้เคียงกัน อาจเป็นประเด็นหนึ่งที่ส.ส.ของพรรคหลายคนยกขึ้นมา เป็นเรื่องที่น่าคิดเช่นกัน แต่เราต้องยึดจุดมุ่งหมายเดียวกันและทำงานร่วมกัน คือเรามาทำงานให้ประชาชน ซึ่งตนมองว่าสำคัญที่สุด จากที่ได้สัมผัสมากับคณะทำงานของพรรคก้าวไกล ทุกคนที่เข้าประชุมด้วยกัน แม้บางคนจะอาวุโสน้อยกว่าแต่ก็ให้เกียรติคนที่ทำงานด้วยกันอย่างมาก ซึ่งก็ชื่นชมวิธีการทำงานของเขา

“เมื่อพรรคมีมติออกมาอย่างไร ในฐานะพรรคประชาธิปไตยก็ต้องน้อมรับ ลูกพรรคก็ต้องทำตามมติพรรค เราไม่สามารถจะเอามติของเราไปก้าวล่วงพรรคอื่นไม่ได้ จากบรรยากาศที่คุยกันเชื่อว่าทุกคนอยากให้ฝ่ายประชาธิปไตยจับมือด้วยกันและเดินทางด้วยกัน” นายเศรษฐา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน