ส.ว.มณเฑียร ไม่เปลี่ยนใจ ย้ำจุดยืนโหวตนายกฯ ตามเสียงข้างมากส.ส. อลงกรณ์ แนะ8พรรคร่วม ถอย112-แจงปมตั้งฐานทัพ ปิดข้ออ้างส.ว. ปริญญาขอ‘ป้อม’ปล่อยส.ว.ฟรีโหวต
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ก.ค.2566 ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่าย Respect My Vote จัดเสวนาหัวข้อ “เคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน” เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมจับตาการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว. และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายมณเฑียร กล่าวตอนหนึ่งว่า เสียงข้างมากเป็นอย่างไร ส.ว.อย่างตนก็เห็นด้วยแบบนั้น เมื่อส.ส.เสียงข้างมากครั้งนี้ ใครรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้เราก็เอาตามนั้น ไม่ว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ยังใช้หลักการเดิม ดังนั้น การปิดสวิตช์จึงไม่เท่ากับงดออกเสียง เพราะวันนี้สมการเปลี่ยน เนื่องจากมีองค์ประชุม 750 เสียง การปิดสวิตช์ จึงเป็นการตามน้ำหรือโหวตตามส.ส. แต่ตนก็ไม่รู้ว่าส.ว.อีก 60 กว่าคนจะคิดตามสมการนี้หรือไม่
นายมณเฑียร กล่าวว่า นอกจากเหตุผลการโหวตตามเสียงข้างมาก เงื่อนไขอื่นๆ โดยเฉพาะประเด็นมาตรา 112 ตั้งแต่ปิดสมัยประชุม ส.ว.ก็ไม่ได้พูดคุยกันเป็นกิจลักษณะ ส่วนตัวคิดว่าส.ว.มีความเป็นปัจเจกบุคคล แม้จะมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ตอนนี้ไม่มี คสช.แล้ว เปลี่ยนผ่านมาเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง จึงยากที่จะบอกว่า ส.ว.จะไปทางไหนหรือมีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับมาตรา 112 แต่ที่ผ่านมาอาจมีส.ว.บางคนพูดจามีน้ำหนัก จึงกลายเป็นประเด็น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรเป็นเงื่อนไขให้ส.ว.ต้องคิดเหมือนกัน
ด้านนายอลงกรณ์ กล่าวว่า เมื่อทราบผลเลือกตั้ง จึงเรียกร้องให้ส.ส. และส.ว. เคารพเสียงประชาชน ซึ่ง 8 พรรค ได้ 312 เสียง ถือเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และถือเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ สถานะของการโหวตนายกฯ จึงไม่ได้มีสถานะแค่แคนดิเดตนายกฯของพรรคก้าวไกล แต่เป็นแคนดิเดตนายกฯของรัฐบาลเสียงข้างมากในสภา ถ้าเราไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ถ้าเราไม่ยอมรับเสียงประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยสายตรง แล้วจะให้เลือกตั้งทำไม
“ดังนั้น ส.ส.และส.ว.ต้องมีสปิริตประชาธิปไตย หากการโหวตนายกฯ วันที่ 13 ก.ค.นี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ผ่าน ก็ต้องโหวตครั้งต่อไป หากไม่ผ่านอีก ก็เป็นสิทธิของพรรคอันดับสองคือ พรรคเพื่อไทย บ้านเมืองต้องเดินตามครรลองจึงจะเดินหน้าไปได้” นายอลงกรณ์ กล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขมาตรา 112 หรือการตั้งฐานทัพสหรัฐ ขอให้พรรคก้าวไกลประกาศเลยว่าเรื่องนี้รอได้ ขอถอยเรื่อง 112 พร้อมออกแถลงการณ์ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งฐานทัพ แบ่งแยกดินแดน โดยที่ทั้ง 8 พรรคเซ็นร่วมกัน หากเป็นแบบนี้ วันที่ 13 ก.ค.นี้ ที่จะโหวตนายกฯ ส.ว.จะมีข้ออ้างอะไรอีกที่จะไม่โหวตให้นายพิธา
ขณะที่นายปริญญา กล่าวตอนหนึ่งว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องแสดงออกว่า ส.ว.ต้องฟังเสียงประชาชน ขอให้ส.ว.ฟรีโหวต ถ้าท่านอยากเป็นนายกฯ เพื่อพิสูจน์ว่าท่านจะเป็นนายกฯด้วยความสง่างาม ไม่ใช่เพราะส.ว. นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวท่านเอง ส่วนพรรคภูมิใจไทย ถ้าดูจากการโหวตเลือกประธานสภา เขาฟรีโหวต มีส.ส.งดออกเสียง 77 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.ภูมิใจไทย
ส่วนการโหวตนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของนายพิธา หรือพรรคก้าวไกล แต่เป็นการโหวตตามหลักการในประชาธิปไตยให้เสียงข้างมากกับประชาชน ตนคิดว่ามีโอกาสที่เสียงจะถึง 376 เสียง ซึ่งพรรคก้าวไกลต้องสื่อสารกับส.ว. และ ส.ส.พรรคอื่นด้วย