เศรษฐา ย้ำชัดหนุน พิธา นั่งนายกฯ เชื่อพรรคก้าวไกลรวมเสียงได้ มั่นใจเพื่อไทยไม่แตกแถว ยัน ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน ไม่เกี่ยวเพื่อไทย
เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2566 ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีขั้วรัฐบาลปัจจุบันระบุหากโหวตเลือกนายกฯ ครั้งแรกแล้วไม่ผ่าน ในการโหวตครั้งถัดไปควรให้โอกาสพรรคอันดับสองเสนอชื่อ ไม่ควรเสนอชื่อเดิมซ้ำ เพราะไม่ใช่การเลือกหัวหน้าห้องว่า เลือกตั้งแต่เด็กๆ จำไม่ได้ว่าเลือกกันยังไง แต่เชื่อว่าต้องดูที่ตัวเลข ความจริงควรให้โอกาสเขาในการโหวตครั้งที่สอง
ส่วนจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่นั้น ตามที่ได้คุยกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) รวมถึงการให้สัมภาษณ์ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คาดว่าจะได้ 376 เสียง ทั้งนี้ เราเลือกตั้งเสร็จแล้ว เราก็อยากให้การโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.นี้เป็นไปได้ด้วยดี ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่แตกแถว สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย
เมื่อถามว่าส.ว.ส่วนใหญ่บอกจะไม่สนับสนุน จนมีกระแสข่าวซื้อเสียงแลกโหวตให้นายพิธา นายเศรษฐา กล่าวว่าไม่ทราบ แต่เรื่องการซื้อเสียง เราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ควรใช้เหตุผลคุยกันมากกว่า เรื่องนี้สำคัญ เป็นเรื่องของประเทศชาติ ประชาชนได้พูดแล้วว่าอยากได้ฝ่ายไหนมาจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่าเงื่อนไขหลักของ ส.ว.กรณีการแก้ไขมาตรา 112 จะเป็นข้ออ้างในการโหวตเลือกนายพิธา เป็นนายกฯ หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ส.ว.หลายคนก็ออกมาแสดงความคิดเห็น แต่เชื่อว่าไม่เกิน 10 คน ซึ่งส.ว.มีถึง 250 คน อาจมีพลังเงียบที่เห็นกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย
เมื่อถามว่า ส.ว.ส่วนหนึ่งมองว่าในร่างเอ็มโอยู ของ 8 พรรคร่วม ไม่มีเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เหตุใดพรรคก้าวไกลจึงไม่ลดเพดานเรื่องนี้ลง เพื่อผลักดันให้นายพิธาเป็นนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่าต้องไปถามพรรคก้าวไกล เพราะเป็นคนเขียนเรื่องนี้มา เราเป็นพรรคอันดับสอง
เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลต่อการแก้ปัญหาให้ประชาชนไปด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า นี่เป็นปัญหาที่ตนชี้นำมานานแล้ว เรามาทำกิจกรรมการเมืองเพื่อช่วยเหลือประชาชน 2 เดือนที่มีการเลือกตั้ง ผลออกมาชัดเจนและ กกต.ก็รับรองแล้ว แต่ยังไม่มีนายกฯ มันก็ลำบาก จะบริหารจัดการประเทศอย่างไร
ถ้าเลือกนายกฯ ได้เร็วๆ และฟอร์มรัฐบาลได้ภายในต้นเดือนส.ค. และกว่าจะใช้งบประมาณของปี 2567 ได้ จึงอยากวิงวอนให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนผลกระทบต่อภาคการลงทุนนั้น ตอนนี้เรายืนอยู่บนปากเหว ตัวเลขส่งออกติดลบ หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 90% การลงทุนจากต่างประเทศก็ชะงัก เพราะไม่แน่ใจในทิศทางของรัฐบาลใหม่ และอีกสามเดือนก็จะเข้าสู่ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว แต่ยังมีปัญหาเรื่องวีซ่า เรื่องโลจิสติกส์ เรื่องการบริหารจัดการสายการบิน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดูแล
เมื่อถามถึงการแบ่งโควตากระทรวงในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังอยู่ในการต่อรอง แต่จากที่ได้ยินมาก็น่าจะลงตัวกันหมดแล้ว ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในคณะทำงานที่ถกเรื่องนี้ ตามความเข้าใจของตนคงเป็นตามที่สื่อเสนอ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยืนยันจะเดินทางกลับประเทศไทยในเดือนก.ค.นี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบข่าว แต่นายทักษิณ ยืนยันหลายครั้งแล้วว่า หากกลับมาก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่กระทบเรื่องของพรรค จะเข้ากระบวนการทางกฎหมาย ส่วนจะทำให้ทิศทางการเมืองเปลี่ยนหรือไม่นั้น นายทักษิณย้ำแล้วว่าการกลับมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรค และการจัดตั้งรัฐบาล การบริหารจัดการประเทศ ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวข้องกัน