ชัยวุฒิ ย้ำหลักการ เลือกนายก พรรคอันดับ 1 เสนอชื่อก่อน ก้าวไกล ต่อด้วยเพื่อไทย ถ้าไม่ได้ ต้องมาคุยกัน แย้มบิ๊กป้อม เหมาะนั่งนายก พร้อมนานแล้วด้วย
วันที่ 9 ก.ค.2566 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ตามหลักการต้องให้พรรคที่ได้เสียงส.ส.อันดับ 1 เสนอชื่อก่อน หากไม่ผ่านเป็นสิทธิ์ของพรรคอันดับ 2 แต่หากแคนดิเดตของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยไม่ผ่าน คงต้องมีการพูดคุยกันว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาช่วย หรือ สมการการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ทั้งนี้รัฐบาลต้องเป็นเสียงข้างมาก แต่ะหากมีการพลิกขั้ว โดยพรรคเพื่อไทยจับมือกับขั้วรัฐบาลเก่า ก็จะต้องมีการเจรจากันว่าแคนดิเดตของพรรคใดเหมาะสมจะเป็นนายกฯ
โดยส่วนตัวนั้น ตนอยู่พรรคพปชร.ก็ต้องมองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพปชร.เหมาะสมที่สุด เพราะมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแกนนำรัฐบาลปัจจุบัน มีประสบการณ์ มีวุฒิภาวะ สามารถนำพาประเทศให้ไปข้างหน้าอย่างสงบสุขได้
ส่วนพรรคเพื่อไทย ก็อาจมองว่าคนของพรรคเพื่อไทยเหมาะสม สุดท้ายต้องยอมรับความจริงว่ารัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลผสม ส่วนใครจะเป็นนายกฯอยู่ที่การเจรจา แต่สุดท้ายแล้วต้องอยู่ที่รัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร มีความพร้อมจะเป็นนายกฯหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พร้อมมานานแล้ว และเชื่อว่า ทุกฝ่ายยอมรับว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ขัดแย้งกับใคร สามารถประสานงานและเป็นที่เคารพของเกือบทุกกลุ่ม ทุกพรรค
ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ จะเสนอชื่อนายกฯ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น ตามหลักการพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะต้องพูดคุยกันก่อน และจะเสนอชื่อเพียงคนเดียว
โดยหลักต้องคุยกันอยู่แล้ว พรรครัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อคนเดียว ตอนนี้ทุกพรรคมีสิทธิ์เสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ยังมีสิทธิ์ หรือเพื่อไทย ก็ต้องคุยกัน ยังมีเวลา
สุดท้ายนี้ก็ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องทำงานด้วยกันอยู่ดี ทั้งนี้มองว่าการเลือกนายกฯ จะเสร็จสิ้นภายในเดือนก.ค.โดยมาจากแคนดิเดตของพรรคการเมือง ซึ่งบุคคลในบัญชีนายกรัฐมนตรี มีหลายคนที่พร้อมจะเป็นนายกฯ