นครราชสีมา มวลชลด้อมส้ม เตรียมจัดเวทีคู่ขนานเชียร์ พิธา นั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ของไทย ย้ำถึงเวลาต้องเปลี่ยนให้ประเทศดีขึ้น เชื่อผ่านด้วยดี จบในครั้งเดียว
12 ก.ค. 66 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 วันที่ 13 ก.ค.

หลายกลุ่มได้มีการเตรียมจัดกิจกรรมติดตามการโหวตนายกรัฐมนตรีคู่ขนานกับพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างคึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มด้อมส้ม พื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา ได้มีการนัดแนะกันไปรวมกลุ่มรอลุ้นกัน 2 จุด ได้แก่ ที่ร้านคลาสคาเฟ่ หน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ ข้างวัดหนองจะบก เลขที่ 476/12 ซอยลำปรุ 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

โดย พ.ต.วินัย สายต่างใจ อายุ 61 ปี แกนนำกลุ่มด้อมส้ม อ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันประชุมสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นวันสำคัญ ชี้ชะตาการเมืองไทย ว่าจะไปทิศทางไหน ตนเชื่อว่า ชาวโคราชทุกคน จะนั่งติดจอโทรทัศน์ชมการถ่ายทอดสดการโหวตนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด จนทำให้ถนนทุกสายโล่งแน่นอน
เนื่องจากว่า ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ชาวโคราชได้ออกมาใช้สิทธิเลือก 2 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย คือ พรรคก้าวไกล กับ พรรคเพื่อไทย มากอย่างถล่มทลายถึงกว่า 1 ล้านเสียง หรือเกือบ 100%

ขณะที่ในส่วนของชาวด้อมส้มหลายคน ก็จะเดินทางไปให้กำลังใจถึงที่กรุงเทพมหานคร ส่วนบางคนที่ไม่มีเวลาไปกรุงเทพมหานคร ก็จะอยู่ให้กำลังใจที่บ้าน และมีการนัดหมายรวมตัวติดตามชมการถ่ายทอดสดการประชุมสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่หลัก 2 จุด คือที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกลแห่งนี้ และที่ร้านคลาสคาเฟ่ หน้าลานย่าโม
ส่วนตัวเชื่อว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีพรุ่งนี้ จะผ่านไปด้วยดี และจะจบลงในครั้งเดียว ได้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แน่นอน 100% เพราะมั่นใจว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ ท่านมีวุฒิภาวะ และมีความเห็นชอบตามมติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าไปได้ตามระบอบประชาธิปไตยปกติ

ส่วน ส.ว.คนที่ออกมาพูดว่า ไม่โหวตให้ นายพิธา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งหากผลออกมาเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้บ้านเมืองไม่เกิดความวุ่นวาย
ขอฝากถึง นายพิธา ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทยว่า เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอให้ทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชนด้วย เพราะครั้งนี้ถือว่า เป็นความหวังเดียวที่ประชาชนอยากเห็นประเทศไทย มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้