แค่เริ่มก็เดือด! “ชาดา” ฟาด “พิธา–ก้าวไกล” จ้องโละ 112 อย่าอ้าง 14 ล้านเสียง แค่คน 20% ขอเก็บใส่กระเป๋าถอยไปทำเรื่องอื่นก่อน “ภูมิใจไทย” พร้อมโหวต

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 13 ก.ค.2566 ที่รัฐสภา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า แถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 17 พ.ค.66 ประกาศจุดยืนของพรรค คือไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างมีคุณภาพ และคัดค้านการแก้ไขมาตรา 112 อย่างเต็มที่ พรรคไม่มีเจตนาจัดตั้งหรือสนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งกับท่าน เพราะเราเคารพมติประชาชน และยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคการเมือง 7 พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 เป็นเหตุให้การจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกันของ 8 พรรค ไม่มีการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 แม้ว่าพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรคจะลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ว่าภารกิจของรัฐบาลที่จะผลักดันต้องไม่กระทบรูปแบบการปกครองของรัฐ

แต่ทางกลับกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และเป็นผู้ที่จะได้รับการเสนอในที่ประชุมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี กลับเป็นคนเดียวที่ยืนยันว่า จะแก้ไขมาตรา 112 โดยให้ส.ส.พรรคก้าวไกลเสนอร่างกฎมายเอง นายพิธา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ว่าพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงจากประชาชน 14 ล้านคน ประชาชนเข้าใจดีว่าการแก้ไขมาตรา 112 คือหนึ่งในเป้าหมายที่จะผลักดัน

โดยบอกว่าจะทำเพื่อรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอบอกตรงๆว่าตน และพรรคภูมิใจไทยไม่เชื่อ เพราะพฤติกรรมต่างๆที่ผ่านมา ทำให้เห็นชัดเจน หลายท่านรับทราบว่าท่านมีแนวคิดเรื่องมาตรา 112 อย่างไร แต่ตนอยากถามว่าอีก 7 พรรคจะว่าอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้

“ท่านอ้าง 14 ล้านเสียงที่เห็นด้วยให้แก้ไขมาตรา 112 แต่ผมเชื่อว่าคนที่ลงคะแนนให้ท่าน เขาไม่คิดว่าท่านจะแก้กฎหมายไม่ให้เป็นสถาบันหลักของชาติอีกต่อไป ผมอยากฝากคนที่จะเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล ว่าคนไทยไม่ได้มีแค่ 14 ล้านคน ท่านต้องเป็นนายกฯ ของคนทุกคน เป็นนายกฯของประเทศ ไม่ได้เป็นนายกฯ ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ท่านอย่าหลงระเริงกับ 14 ล้านเสียง เพราะไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ตัวชี้ขาด ดังนั้น ท่านต้องดูแลทุกคน และต้องยึดความมั่นคงของชาติ” นายชาดา กล่าว

นายชาดา กล่าวว่า ตน และพรรคภูมิใจไทย รวมถึงประชาชน ถือเป็นพันธกิจที่จะคัดค้านท่านทุกทางตราบใดที่มีชีวิตอยู่ วันนี้ทำไมท่านไม่ดูตัวเองบ้าง ทำไม่ท่านไม่ลดลงบ้าง ท่านบอกตัวเองเป็นฝั่งประชาธิปไตย อีกฝ่ายจะเป็นฝั่งอะไร ไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตยหรือ เป็นฝั่งโจรหรือ แต่ถ้าเป็นโจรก็ยอม เพราะเป็นโจรที่รักชาติ ปกป้องสถาบันด้วยหัวใจ ถ้าไม่ได้เมตตาจากสถาบัน พวกท่านคงไม่ได้เลือกตั้ง ท่านลองมองที่อื่นหลายๆประเทศทหารยิงดิ้นหมด ถ้าไม่มีสถาบัน ลุงตู่ ลุงป้อม ไม่กลับบ้านง่ายๆ

“วันนี้พวกท่านมีส่วนที่จะลดปมความขัดแย้ง เอาใส่กระเป๋าไว้ไม่ได้หรือ วันนี้ใครเห็นตรงข้ามโดนหมด ส.ว.โดนหนักกว่าคนอื่น แต่ท่านไม่ดูตัวเอง ใครก็รักพ่อรักแม่ตัวเอง ถ้าท่านปล่อยให้คนด่าแล้วไม่มีกฎหมายคุ้มครองยิงกันระเบิดแน่ ถ้าผมอาจจะขอออกกฎหมายใหม่ ยิงคนที่หมิ่นสถาบันแล้วไม่ติดคุกดีหรือไม่ อย่าให้ผมคิดเลยว่าพรรคก้าวไกลพรรคอนาคตใหม่เกิดมาเพื่อล้มล้างหรือไม่ ทำไมไม่ถอยสักนิด

ผมอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้แต่งตั้งไวๆ จะดูว่าทำงานได้หรือไม่ เราต้องให้โอกาสทุกคน แต่ท่านอย่าไปจุดชนวนให้บ้านเมืองนี้ ผมขอเรื่องมาตรา 112 เพราะถ้าท่านทำจะวุ่นวาย ซึ่งจะเป็นภารกิจของผม และพรรคที่ต้องให้ระบอบประชาธิปไตยอันทีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่คู่สังคมไทยไปตลอด” นายชาดา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน