ปชป. ประกาศลั่น ใครจาบจ้วง แก้ ม.112 ส.ส. 25 คน พร้อมออกมาต่อสู้ถึงที่สุด ยันชัด ไม่สนับสนุน “พิธา”เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะจุดยืนต่างกัน
จากนั้นเวลา 12.30 น. วันที่ 13 ก.ค.2566 นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน จะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 112 อย่างเด็ดขาด เพราะประเทศไทยมีความเป็นมา มีประวัติศาสตร์ กว่าจะเป็นไทยได้เราต้องผ่านมาอย่างไร การที่จะแก้มาตรา 112 ท่านมีจุดประสงค์มุ่งหวังอย่างไร เพราะแคนดิเดตนายกฯ ออกรายการโทรทัศน์ ประกาศชัดเจนว่ามีความจงรักภักดีต่อชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์
แต่สมาชิกพรรคก้าวไกลบางคนกลับประกาศเปลี่ยนวันชาติ และเดินหน้าผลักดันแก้ไขมาตรา 112 อย่างเคร่งครัด ขอถามว่าวันนี้ประเทศไทยเจอวิกฤตเรื่องนี้หรือเรื่องอะไร ท่านเคยคิดทบทวนว่าถ้าท่านได้เป็นนายกฯ สิ่งแรกที่ท่านแก้ไขปัญหากับประเทศชาตินี้คือเรื่องอะไร เคยทราบหรือไม่ว่าวันนี้พี่น้องประชาชนต้องเจอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำไมไม่คิดแก้ไข คิดแต่จะไปลดทอนกฎหมายกับบุคคลที่ไม่มีความจงรักภักดีต่อชาติ และสถาบันฯ อย่างนั้นหรือไม่ นี่หรือคนที่จะประกาศว่าจะก้าวสู่นายกฯคนที่ 30
นายชัยชนะ กล่าวว่า วันดีคืนดีก็มีคนในพรรคของท่านมาบอกว่าจะแบ่งแยกดินแดน ท่านพยายามบอกว่าได้รับฉันทามติจากประชาชนเป็นเสียงข้างมาก เสียงข้างมากของประชาชน 67 ล้านคน นั่นคือ 40 ล้านเสียง ถ้าเอาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37 ล้านเสียง ถ้าเสียงข้างมากต้องได้ประมาณ 19 ล้านเสียง แต่วันนี้ท่านเหมารวมทั้งหมดว่าได้รับฉันทามติจากประชาชนมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่ ถ้าบอกว่าการเมืองไทยต้องเลือกพรรคการเมืองที่ได้คะแนนมาที่ 1 จากประชาชน แล้วทุกพรรคต้องโหวตให้ ก็ไม่ได้
เพราะการที่จะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ เป็นสิทธิ์ของสมาชิกฯ ท่านเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่ยอมรับความเห็นต่างเลย แล้ววันนี้จะบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศ แล้วจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เพราะเริ่มต้นก็เดินหน้าแก้ไขมาตรา 112 แล้ว
“สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์กังวลมาตลอด และไม่สามารถสนับสนุนนายพิธาได้ เพราะมีจุดยืนต่างจากเรา และขอประกาศว่าใครก็ตามที่คิดจะแก้ไขมาตรา 112 ใครก็ตามที่คาดจาบจ้างสถาบันฯผมและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 25 คนเราจะออกไปต่อสู้และต่อต้าน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ถึงที่สุด”นายชัยชนะ กล่าว