เพื่อไทย เชื่อแก้ ม.272 ไม่ง่าย ต้องใช้เสียงส.ว.หนุน 84 เสียง รอถกก้าวไกล ต่อปมเสนอชื่อ‘พิธา’รอบสอง ลั่นไม่ประมาท ข่าวอีกฝั่งชงชื่อบิ๊กป้อมแข่ง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 ก.ค.2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกฯว่าพรรคเพื่อไทยเคยยื่นแก้มาตรา 272 แล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ผ่านการพิจารณาในรัฐสภา ฉะนั้น การที่พรรคก้าวไกลเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา เข้าใจว่าจะทลายกำแพง โดยเฉพาะประเด็นโหวตนายกฯ เพราะส.ว.ได้ตั้งกำแพงเรื่องกฎหมายอาญามาตรา 112 ทางพรรคก้าวไกลคงจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพื่อให้การโหวตเลือกนายกฯ เป็นเรื่องเฉพาะของสภา
เมื่อถามว่าก่อนหารือกับก้าวไกล พรรคจะหารือภายในเกี่ยวกับประเด็นนี้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า มี เมื่อถามว่าหากยื่นตอนนี้คิดว่าจะแก้ไขมาตรา 272 ได้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า หากทำได้ถือเป็นเรื่องดี แต่ข้อเท็จจริงคือ การแก้ไขมาตรานี้ ต้องใช้เสียงรัฐสภาเกินกว่ากึ่งหนึ่ง และในกึ่งหนึ่งนั้นต้องมีเสียงของส.ว.84 เสียง ดังนั้น เรื่องนี้มันไม่ง่าย ไม่เคยได้เสียงของส.ว.เพียงพอ ครั้งนี้ตนเข้าใจว่าส.ว.จะตั้งกำแพงในเรื่องนี้ไว้สูง การแก้ไขคงไม่ได้ง่ายนักตามที่คิดไว้
ส่วนที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าพรรคก้าวไกลเตรียมเป็นฝ่ายค้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า นายปิยบุตร เป็นคนหนึ่งที่แสดงความคิดเห็นแล้วส่งผลต่อพรรคก้าวไกล คำพูดของนายปิยบุตร ต้องรับฟัง ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่นั้น เราต้องเข้าใจว่านายปิยบุตรอยู่ในคณะก้าวหน้า ไม่ได้อยู่ในพรรคก้าวไกล ฉะนั้น หากจะให้แน่นอนต้องฟังความคิดเห็นของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะสื่อออกมา
เมื่อถามว่าหากพรรคก้าวไกลยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้าน พรรคจะทำอย่างไรต่อ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆ ไม่มีแผนสอง แต่จะคุยกันวันนี้ว่าจะเอาอย่างไรต่อ เมื่อถามว่าพรรคจะเอาความเห็นของนายปิยบุตร มาเป็นข้อสอบถามหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า คงเอาทุกความเห็นที่เกิดขึ้น หลังจากคุยกัน 2 พรรคแล้วต้องไปแจ้ง 8 พรรคด้วย
เมื่อถามว่าในเอ็มโอยูระบุว่าการสนับสนุนนายพิธา ต้องให้ถึงที่สุด นายประเสริฐ ย้อนถามว่า “ถึงที่สุดนี่ขนาดไหน”
เมื่อถามต่อว่าในเอ็มโอยูไม่ได้ระบุเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 แต่พรรคก้าวไกลจะไปดำเนินการเอง ห่วงหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เอ็มโอยูฉบับแรกของ 8 พรรคในช่วงท้าย ระบุว่าหากจะเสนอที่นอกเหนือจากนี้ ให้เป็นเรื่องของเฉพาะที่พรรคก้าวไกลจะไปดำเนินการเอง ไม่เกี่ยวกับพรรคอื่น
เมื่อถามว่าเหนื่อยหรือไม่หากดูจากการโหวตนายกฯ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายประเสริฐ กล่าวว่า เหนื่อย เพราะกำแพงที่พรรคก้าวไกลต้องก้าวข้ามให้ได้คือ 112 เพราะส.ว.หรือพรรคขั้วเก่าเขาพูดประเด็นนี้เป็นทางเดียวกัน เรื่องนี้พรรคก้าวไกลต้องกลับไปทำการบ้าน
เมื่อถามว่าวันนี้เพื่อไทยและก้าวไกลจะหารือถึงการเลือกนายกฯ ครั้งที่ 2 หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า นัดไว้เวลา 17.00 น. คงจะพูดคุยเรื่องแนวทางการโหวตเลือกนายกฯ ในสัปดาห์หน้า ขณะนี้ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่สภา ทราบว่าน่าจะเป็นวันที่ 19 ก.ค.
เมื่อถามว่าการโหวตเลือกนายกฯวันที่ 13 ก.ค. มีเสียงส.ว.สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ 13 เสียง การโหวตครั้งที่ 2 คิดว่า 13 เสียงนี้จะยังอยู่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า น่าจะยังอยู่ ตนคิดว่าคนที่โหวตสนับสนุนนายพิธา คงตั้งใจมาแล้วและมีเจตนามองการเมืองอีกมุมหนึ่ง
เมื่อถามว่าหลังจากนี้พรรคต้องออกแรงช่วยเพิ่มเพื่อให้ได้เสียงส.ว.มากขึ้นหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆ ที่พรรคก้าวไกลทำมา คิดว่าเขาพยายามทำเต็มที่แล้ว ฉะนั้น ขอคุยกับพรรคก้าวไกลก่อนว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าการโหวตเป็นไปอย่างวันที่ 13 ก.ค. แล้วจะโหวตอีกครั้งวันที่ 19 ก.ค. หากไม่มีข้อมูลใหม่หรือไม่มีอะไรเพิ่มเติม ตนคิดว่าการโหวตน่าจะเป็นลักษณะใกล้เคียงกับวันที่ 13 ก.ค. คงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก
เมื่อถามว่าการอภิปรายของรัฐสภา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.พุ่งเป้าไปที่มาตรา 112 เป็นหลัก หากอยากได้เสียงเพิ่มขึ้นพรรคก.ก.ควรปรับท่าทีหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคงพูดแทนพรรคก้าวไกลในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะมีการสอบถามในรัฐสภาหลายครั้งถึงเรื่องดังกล่าวและทางพรรคก้าวไกลก็ไม่มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ คงเป็นเรื่องที่พรรคก.ก.ต้องคิดเอง
เมื่อถามย้ำว่าในการพูดคุยกันของ 2 พรรคจะหารือถึงการลดเพดานเรื่อง 112 หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า คงคุยกันในหลายประเด็น เพราะการอภิปรายในรัฐสภาวันที่ 13 ก.ค. เรื่องหลักคือเรื่อง 112 ทางก้าวไกลคงรู้โจทย์แล้ว
เมื่อถามว่าการโหวตรอบ 2 มีกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแข่ง กังวลหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆ เป็นเรื่องที่ 8 พรรคร่วมต้องนำมาประเมินร่วมกัน ขณะนี้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ที่จะรวบรวมเสียง เราประมาทไม่ได้ เพราะเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นได้และจะต้องพูดคุยกันหลังจากที่ก้าวไกลและเพื่อไทยได้คุยกันแล้ว รวมถึงต้องนำไปหารือต่อพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคต่อไป
เมื่อถามว่าการเสนอชื่อนายกฯ รอบ 2 ในมุมของ 8 พรรคร่วมจะเป็นชื่อนายพิธา คนเดียวหรือไม่ หรือจะมีมุมอื่นร่วมด้วย นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอให้ได้ข้อสรุปในวันนี้ก่อน เมื่อถามย้ำว่าหากท้ายที่สุดการโหวตครั้งที่ 2 ไปต่อไม่ได้ มองว่าพรรคก้าวไกลจะยอมถอยให้มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอื่นหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอให้ได้มีการพูดคุยกับพรรคก้าวไกล ก่อนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป วันนี้อาจจะเร็วเกินไปที่จะให้ความเห็น