เรืองไกร ยื่น ประธานสภา ค้าน เปิดโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ อีกรอบวันที่ 19 ก.ค.นี้ จ่อร้องป.ป.ช. ใครหนุนซ้ำ ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ผ่านสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอคัดค้านการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค.นี้ มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ

โดยนายเรืองไกร ระบุเหตุผล ว่าการโหวตเลือกนายกฯรอบแรก ก็สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญมาแล้วครั้งหนึ่ง และหากจะโหวตรอบ2 โดยพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ36-41 ระบุเข้าใจได้ว่า เมื่อเป็นญัตติแล้วและญัตติได้ตกไปจะเสนออีกไม่ได้ แต่การจะเป็นญัตติหรือไม่ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะต้องไม่มีคุณลักษณะต้องห้ามก่อน

เรื่องนี้ตนไม่ได้พิจารณาเอง แต่มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาแล้วเห็นว่านายพิธา มีลักษณะต้องห้าม เพราะถือหุ้นในกิจการสื่อ จึงมีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ นับเป็นสาระสำคัญ เนื่องจากกกต.เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่อำนาจตามพ.ร.ป.ด้วยกกต. และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เมื่อเจ้าพนักงานมีความเห็นแล้ว การจะนำรายชื่อนายพิธามาเสนออีกจึงทำไม่ได้ ดังนั้น การโหวตเลือกนายกฯเมื่อวันที่ 13 ก.ค. จึงถือว่าข้ามเส้นมาแล้ว

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หากวันที่ 19 ก.ค.จะเสนออีก ตนเป็นห่วงเพื่อนสมาชิกต้องระมัดระวัง เพราะแคนดิเดตนายกฯที่ได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 มีเงื่อนไขตามมาตรา 89 ว่า การเสนอชื่อจะต้องถูกต้องด้วย แต่เมื่อกกต.มีความเห็นส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่านายพิธามีตำหนิ รอศาลวินิจฉัยว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพส.ส.หรือไม่ แต่การสิ้นสภาพบัญชีนายกฯไม่มีตัวบทกฎหมายให้อำนาจศาลวินิจฉัย ด้วยเหตุนี้ ตามมาตรา 89 วรรคสอง

จากที่ตนศึกษาตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา จะต้องไม่มีการเสนอชื่อนายพิธาแล้ว เพราะหากระหว่างทางการโหวตเลือกนายกฯนายพิธา ได้เสียง เกิน 376 เสียง แล้วศาลมีคำวินิจฉัยออกมา กระบวนการรัฐสภาจะดำเนินการต่ออย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยแสดงความเป็นห่วงถึงขั้นตอนการกราบบังคมทูลฯ

ยืนยันว่าผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อผู้ลงมติสนับสนุนนายพิธา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเตรียมจะส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ต่อไป ส่วนวันที่ 19 ก.ค.หากเสนอชื่อนายพิธาอีกครั้ง แม้จะมีผู้รับรองก็ถือว่าไม่ชอบ และสมาชิกผู้ลงมติก็ถือว่ารู้หรือควรรู้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย จึงมองว่าเป็นเรื่องปฏิเสธได้ยากมาก”นายเรืองไกร กล่าว

ส่วนกรณีที่ประธานรัฐสภาสามารถมีอำนาจชี้ขาดให้เสนอชื่อ นายพิธา เป็นนายกฯได้อีกในวันที่ 19 ก.ค.หรือไม่นั้น นายเรืองไกร กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่สามารถทำได้ ตามที่ตนได้ยื่นร้องเรื่องนี้ และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 วรรคสี่ว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของประธานรัฐสภา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน