ไม่กลัวทัวร์ลง “ภูมิธรรม” ติง “พิธา” มัดมือชกเพื่อไทย เตือนอย่าใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน แนะ ยึดวาระประชาชน-ประเทศมาก่อน รับได้ยินข่าว ส.ส.คุยรัฐบาลเดิม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ก.ค.2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ประกาศจะต่อสู้ใน 2 สมรภูมิ คือ การโหวตนายกฯ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่า ไม่เข้าใจว่าสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะการเปิดสมรภูมิใหม่ของพรรคก้าวไกลเป็นการเสนอประเด็นที่อยู่นอกเหนือเอ็มโอยูที่ 8 พรรคเซ็นร่วมกัน การเสนอเรื่องนี้และบอกว่าจะต่อสู้จนกว่าจะประสบความสำเร็จ จนไม่สามารถไปได้แล้ว และจะมอบอำนาจให้พรรคอันดับ 2
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า การพูดเช่นนี้ฟังดูดี แต่ทั้ง 2 ประเด็นยากลำบากและไม่มีกรอบเวลาชัดเจน การแก้ไขมาตรา 272 เราเคยพูดแล้วว่าเป็นได้เพียงสัญลักษณ์ ไม่ได้รับชัยชนะ แต่การเร่งตั้งรัฐบาลจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอเป็นนโยบายไว้ว่าจะแก้ทั้งระบบ นี่ถือเป็นวาระสำคัญ แต่การเปิดวาระใหม่ของพรรคก้าวไกล เป็นการเสนอนอกเหนือเอ็มโอยู
“การที่นายพิธาและพรรคก้าวไกลนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณชน มันไม่ใช่วาระของทั้ง 2 พรรค เราตกลงกันว่าจะกลับไปคุยในพรรคตัวเอง แต่ที่นายพิธา ออกมาพูดเช่นนี้ เหมือนมัดมือชกเรา เราจึงต้องออกมาพูดความจำเป็นและความเป็นจริงให้ทราบ” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวยืนยันว่า สิ่งที่ตนกล่าวไม่ใช่ความขัดแย้งหรือโกรธกัน แต่การพบกันวันนี้เราจะเสนอความเห็นตรงไปตรงมา ว่าวาระประเทศและวาระประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่วาระของพรรคก้าวไกล หรือวาระของนายพิธา วันนี้ภาคธุรกิจอยากได้รัฐบาลที่ชัดเจน ภาคการท่องเที่ยวอยู่ในฤดูกาลท่องเที่ยว เป็นโอกาสนำเงินเข้าประเทศ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ชัดเจนจะมีปัญหา ถึงขั้นเสนอว่ารัฐบาลประกอบด้วยอะไรก็ได้ เพียงแต่ให้มีความชัดเจนเรื่องนโยบายและมีอำนาจเต็ม ปัญหาต่างๆ ไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้ายังไม่มีรัฐบาลตัวจริง ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ
“วันนี้อยากให้เปิดใจให้กว้าง เอาวาระประชาชนเป็นที่ตั้ง วาระประเทศเป็นที่ตั้ง ถูกต้องหรือไม่ การที่นายพิธาพูดว่าเวลานี้ อนาคตของพรรคก้าวไกลและอนาคตของประชาชนอยู่ในมือของประชาชนแล้ว ผมคิดว่าอย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน วันนี้ประเทศชาติและปัญหาประชาชนอยู่ในมือพรรคก้าวไกลและนายพิธา จึงต้องหยิบเอาปัญหาและวาระของประชาชนเป็นที่ตั้งแล้วตัดสินใจ
ถ้าการตัดสินใจครั้งนี้ผิดพลาด ปัญหาประชาชนจะลำบาก ต้องอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไปอีกนาน จะรักษาการไปเรื่อยๆ แต่ถ้าตัดสินใจถูกต้องปัญหาจะคลี่คลาย อยากให้นายพิธาและพรรคก้าวไกลนำไปคิด” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยขอให้เอาวาระประชาชนเป็นที่ตั้ง และหาทางออกร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพราะเราห่วงโรคแทรกซ้อน หากรัฐบาลเดิมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เราจะสู้เขาไม่ได้ เพราะเขามี 188 เสียง และส.ว.อีก 250 เสียงสามารถตั้งรัฐบาลได้เลย เราต้องอยู่กับลุงไปอีก 4 ปี ประชาชนยินดีเช่นนั้นหรือไม่ ถ้าไม่ยินดีก็ต้องหาทางออก
เมื่อถามว่าได้คิดเรื่องการเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯ บ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีเสียงสำรอง แผนแรกแผนเดียว เราอยากจับมือกับ 8 พรรคร่วมเดินหน้าไปให้ถึงที่สุด แต่ต้องมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้เลือกไปเรื่อยๆ โดยประเทศไม่รู้ว่าทางออกจะเป็นอย่างไร เรารอไปถึงต้นปีหน้าไม่ได้ เพราะปัญหาประเทศตอนนี้รุนแรงมาก
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแคนดิเดตอยู่แล้ว 3 คน หากวันไหนชัดเจนให้พรรคเพื่อไทยเสนอ เราสามารถเสนอได้ แต่ไม่ใช่วาระสำคัญ เราไม่คิดเรื่องนี้ก่อน เราคิดถึงการหาทางออกให้ประเทศ โดย 8 พรรคเสนอนายพิธา ถ้าไม่ได้จะมีวิธีไหนที่ 8 พรรคจะดำเนินการร่วมกันให้ชนะ
เมื่อถามว่าการพูดคุยวันนี้จะต้องเตรียมแคนดิเดตนายกฯ สำรองไว้เลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ความเป็นจริงเรารู้อยู่แล้วว่าแคนดิเดตของเราเป็นอย่างไร ถ้าบอกว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดเลย ก็เท่ากับโกหก เราคิดทางออกแต่ยังพูดไม่ได้ เพราะอยากให้ชัดเจนถึงความมุ่งหน้าสนับสนุนความร่วมมือของ 8 พรรค จนถึงเวลาจำเป็นแล้วถึงจะเสนอ และชัดเจนจะไม่มีคนนอก ขอให้สบายใจว่าหากถึงเวลาต้องเสนอ พรรคเพื่อไทยมีคนเข้าไปทำงานแน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับแคนดิเดตทั้ง 3 คน เพราะเรามุ่งหน้าทำเรื่องการเสนอ นายพิธาเป็นเรื่องหลัก
“สิ่งที่ผมพูดอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจของใครก็ตาม อาจมีรถทัวร์ลงก็ได้ แต่ผมคิดว่าเรายืนอยู่บนความเป็นจริง และอยากให้ความเป็นจริงประสบความสำเร็จ เราไม่อยากเห็นความเชื่อทำให้เกิดความจริง เราอยากเห็นความจริง เอามาคลี่คลาย และทำให้ความเชื่อประสบความสำเร็จ” นายภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวส.ส.พรรคเพื่อไทยและก้าวไกล ไปพูดคุยกับรัฐบาลเดิม นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้มีข่าวลือมาก เราได้ยินข่าวดังกล่าว แต่เมื่อเป็นข่าวลือเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือกลับไปตรวจสอบคนของตัวเอง เพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทย เรื่องการแจกกล้วย เรื่องงูเห่าเคยเกิดมาแล้ว เราเสนอให้เกิดการระมัดระวัง เราต้องให้เกียรติส.ส.ทั้ง 2 พรรค ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ให้แกนนำแต่ละส่วนไปพูดคุยกับ ส.ส.เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น