ก้าวไกล ยัน 8 พรรคร่วม เหนียวแน่น เชื่อหากพลิกขั้วเป็นฝ่ายค้าน ก็พลิกทั้งก้อน มั่นใจไม่มีงูเห่า หวังสู้ดัน ‘พิธา’ นายกฯ ชี้ตั้งรัฐบาลเสียงน้อยเป็นไปได้ยาก

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ อาจมีคนหยิบยกข้อบังคับประชุมรัฐสภาในข้อ 41 ค้านการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงนายกฯรอบสอง ว่า ข้อบังคับของที่ประชุมรัฐสภาในหมวดการเสนอชื่อนายกฯ ในการเสนอญัตตินั้น คนละหมวด หากเป็นเรื่องเดียวกันก็ต้องเป็นหมวดเดียวกันไปแล้ว

ในการโหวตนายกฯ นั้น สามารถเสนอได้ ไม่เช่นนั้นการเสนอชื่อนายกฯ ครั้งถัดไปก็จะไม่สามารถเสนอได้ นี่คือการเสนอเรื่องนายกฯ ไม่ใช่การเสนอนายพิธา ฉะนั้น เมื่อส.ส.มีมติเห็นชอบในการเสนอโดยเสียงรับรองของส.ส.นั้น สามารถเสนอชื่อนายกฯ ให้กับรัฐสภามีเสียงสนับสนุนต่อไป

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย (พท.) ถูกซื้องูเห่าจากขั้วรัฐบาลเดิม นายณัฐชา กล่าวว่า เป็นการพูดของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่ามีการซื้องูเห่ากว่า 50 ตัวจากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ตนไม่ทราบว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ขอให้ประชาชนสบายใจว่าพรรคก้าวไกล 151 คน เราพูดคุยยกับส.ส.พรรคทั้งหมดแล้ว ไม่มีการติดต่อพูดคุยอย่างแน่นอน

ตนเชื่อว่าคนที่เข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนในนามพรรคก้าวไกล เห็นแล้วว่างูเห่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนที่เข้ามาเป็นส.ส.ในครั้งนี้ได้เห็นบทลงโทษว่าประชาชนลงโทษงูเห่าอย่างไร และในพรรคก้าวไกล เรามีหลักการในเรื่องนี้ สมาชิกทุกคนผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเข้มข้น ผ่านด่านการเลือกตั้งจากประชาชนมาแล้ว ต้องสอบถามผู้ให้ข่าว หากมีข้อมูลเพิ่มเติมต้องชี้แจงให้ประชาชนรับทราบได้ตามกันต่อว่าเป็นใคร

นายณัฐชากล่าวต่อว่า ส่วนจะกระทบความเชื่อมั่นต่อพรรคหรือไม่ เพราะในพรรคก็มีส.ส.หน้าใหม่นั้น ตรงนี้อาจเป็นคนหน้าใหม่ในฐานะส.ส. แต่เป็นคนหน้าเก่าในการทำงาน เพราะหลายคนทำงานมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ครั้งนี้มาลงเลือกตั้ง หากมีความผิดจริง เรายังไม่ไปถึงกระบวนการคาดโทษ แต่โทษต่างๆ เราก็มีให้เห็นชัดเจนแล้ว

เมื่อถามว่าหากการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน และชัดเจนว่าไม่สามารถไปต่อครั้งที่ 3 ได้ พรรคก้าวไกลมีท่าทีอย่างไร นายณัฐชากล่าวว่า พรรคออกไทม์ไลน์ชัดเจน โหวตครั้งที่ 2 หากเสียงสนับสนุนผ่าน เราก็ได้นายพิธาเป็นนายกฯ หากไม่ผ่านก็จะมี 2 ทาง คือ ไม่ผ่าน แต่มีเสียงเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นคือมีทั้งส.ว.และส.ส.เห็นด้วย ที่ยังไม่เคยโหวตให้ครั้งที่ผ่านมาแล้วเข้าใกล้ 376 เสียงมากที่สุด เราจะเดินหน้าโหวตต่อในครั้งที่ 3 แสดงว่าการปรับความเข้าใจกับสมาชิกสำเร็จ

แต่หากเสียงสนับสนุนเท่าเดิม หรือยังน้อยอยู่ เราจะเดินหน้าเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ต่อไป ทั้งหมดเป็นไทม์ไลน์ที่เราแสดงให้ประชาชนได้เห็นชัดเจน ที่ผ่านมาก็ควรเป็นเช่นนี้นั่นคือการสนับสนุนพรรคอันดับ 1 หากไม่ผ่าน ก็สนับสนุนพรรคอันดับ 2

ส่วนที่พรรคร่วมเริ่มไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 272 นั้น เป็นการเริ่มต้นในการพูดคุยกัน ส่วนแนวทางแก้ไขมาตรา 272 เชื่อว่าพรรคร่วม ปัจจุบันเคยเห็นพ้องต้องกันมาแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหา ส่วนใครที่เห็นเป็นปัญหาแล้วในอนาคตจะไม่โหวตให้ ก็ต้องตอบคำถามกับสังคมให้ชัดเจนว่าเพราะอะไร ทางพรรคกล่าวมาตลอดว่า มาตรา 272 มีปัญหา พอมาวันนี้เราใช้กลไกรัฐสภาในการโหวตนายกฯ แล้วมีปัญหา เราก็เสนอแก้

นายณัฐชากล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 272 เกิดขึ้นหลังการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 วันนี้อยากให้พรรคร่วม 8 พรรค ผนึกกำลังกันอย่างแข็งขันตามเสียงของประชาชน ได้โฟกัสในการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 ก่อน ช่วยกันหาหนทางดึงเสียงสนับสนุนทั้ง 2 สภา ให้ผ่านการโหวตครั้งที่ 2 แล้วจะไม่มีการพูดคุยเรื่องอื่นๆ ต่อ เราจะได้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล จัดสรรโควตาคณะรัฐมนตรีต่อไป และแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน จึงอยากให้โฟกัสการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 ให้ผ่านไปได้

ถ้าเราผนึกกำลังเข้มแข็ง การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเป็นไปไม่ได้ และการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะพรรคก้าวไกลอยากผลักดันประเด็นต่างๆ แต่เราหลังพิงประชาชน เราถอยไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว

เมื่อถามถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะไปพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้โหวตนายพิธา หากมีโหวตให้จริงจะมีเงื่อนไขอะไรที่พรรคก้าวไกล จะรับได้หรือไม่ได้ นายณัฐชากล่าวว่า ยังไม่ทราบเงื่อนไข ว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไปพูดคุยภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง หากพูดคุยจริง อยากให้นำข้อเสนอและเงื่อนไขมาพูดคุยในที่ประชุม 8 พรรคร่วม

เมื่อถามว่าในการโหวตนายกฯ อาจมีการพลิกขั้วเปลี่ยนข้าง นายณัฐชากล่าวว่า พรรคร่วม ผนึกกำลังกันไม่มีทางพลิกไปข้างไหนได้ เพราะ 188 คือเสียงข้างน้อยในสภา รัฐบาลอยู่ไม่ได้ และเสียงส.ว.หลังจากโหวตก็มีคนประกาศตัวว่าจะงดออกเสียงตลอดชีวิต ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนที่งดออกเสียงจะโหวตให้ 188 เสียงข้างน้อย เชื่อว่าในส่วน 188 คน ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะผลักดันใครเป็นนายกฯ ยืนยันว่าไม่มีสัญญาณสลับขั้ว โดย 8 พรรคจับมือกันเข้มแข็ง สลับขั้วไม่ได้อย่างแน่นอน

ส่วนที่ประเมินว่าพรรคก้าวไกลจะพลิกไปเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า เรายังจับมือกันทั้ง 312 เสียง หากจะพลิกก็พลิกทั้งก้อนเพราะเราจับมือกันแน่น จะพลิกแค่พรรคก้าวไกลพรรคเดียวเป็นไปไม่ได้ หากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลปัจจุบันจับมือกันแน่น ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งด้วยเสียงของประชาชน

อย่างไรก็ตาม เป็นฝ่ายค้านทั้ง 312 เสียงไม่ได้เลย ต่อให้มีพรรคใดพรรคหนึ่งในพรรคร่วม ไปร่วมกับขั้วรัฐบาลเดิม แต่พรรคก้าวไกลและเพื่อไทยรวม 252 เสียง จับมือกันแน่วแน่ตามเสียงประชาชน เชื่อว่าไม่สามารถพลิกขั้วเปลี่ยนได้ สิ่งที่ประชาชนที่อยากเห็นคือรัฐบาลประชาธิปไตย ยืนยันไม่มีการปล่อยมือกันอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน