ประเสริฐ ชี้ควรแก้ MOU เหตุหนุน “พิธา” เป็นนายกฯ ไม่ได้แล้ว ปัดยืมมือเพื่อน ผลัก “ก้าวไกล” เป็นฝ่ายค้าน คาดโหวตนายกฯ 10 ส.ค.

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 26 ก.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า พรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเจรจากับ สว. ซึ่งได้เสียง สว.มาพอสมควร เพิ่มเติมจาก 13 เสียงเดิมของพรรคก้าวไกล

ส่วนของพรรคเพื่อไทย มีสว.บางส่วนกำลังพูดคุย และบางส่วนตัดสินใจได้แล้ว แต่หลายท่านยังมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขณะเดียวกันก็ได้หารือกับ สส.จากทุกพรรคการเมือง ดังนั้น การเลื่อนประชุมรัฐสภาโหวตนายกรัฐมนตรีออกไป ทำให้มีเวลาในการพูดคุยหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ มากยิ่งขึ้น

นายประเสริฐ กล่าวยืนยัน ไม่ได้มีปัญหากับพรรคก้าวไกลจนมองหน้ากันไม่ติด เมื่อวาน (25 ก.ค.) ตนโทรศัพท์หานายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดคุยเข้าใจกันดีหลายเรื่อง ถึงการเลื่อนหารือ 8 พรรคร่วม หากพรรคเพื่อไทยนัดหมายวันใดก็พร้อมมาพูดคุยกัน และการที่พรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ ก็ยังไม่ได้นำผลการหารือไปคุยกับพรรคก้าวไกล โดยจะพูดคุยกันในวงประชุม 8 พรรคร่วมทีเดียว

“อย่ามองว่าพรรคเพื่อไทยยืมมือเพื่อนผลักพรรคก้าวไกลออกไป แต่พรรคเพื่อไทยทำตามมติของ 8 พรรคร่วม ไม่ได้มีการตกลงเข้าร่วมรัฐบาล หรือตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นการพูดคุยว่าสถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้ ทุกคนคิดเห็นอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าพรรคก้าวไกลรับรู้ในสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำ เพราะพูดคุยกันแล้วว่าจะไปพูดคุยกับทุกพรรค ยืนยัน 8 พรรคร่วมยังพูดคุยและร่วมกันทำงานอยู่” นายประเสริฐ กล่าว

เมื่อถามกรณีพรรคพลังสังคมใหม่ เสนอให้เปลี่ยนเอ็มโอยู 23 ข้อ รวมทั้งที่เสนอให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ กล่าวว่า เอ็มโอยูเป็นของ 8 พรรคร่วม ที่พูดคุยกันและตกผลึกมา และเมื่อมีการประชุม 8 พรรคร่วมจะพูดคุยกัน ส่วนเอ็มโอยู ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เป็นฉบับที่ 2 มีประมาณ 4 ข้อ หากให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะต้องปรับแก้ให้มีความสอดคล้องกัน แต่ข้อ 1 ที่ให้ทุกพรรคสนับสนุน นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

เมื่อถามกรณีพรรคก้าวไกลเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาทบทวนมติเรื่องข้อบังคับการประชุมที่ 41 เมื่อวันที่ 19 ก.ค.นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องขอดูเหตุผลของพรรคก้าวไกล และรายละเอียดก่อน

นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า วันนี้ (26 ก.ค.) จะประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเดิมนัดหมายประชุมเพื่อรอโหวต 27 ก.ค. และแม้ว่าการประชุมรัฐสภายกเลิกไปแล้วก็จะประชุมต่อที่พรรคเพื่อไทย เพื่อฟังเสียง สส.จากที่ไปรับฟังประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการโหวตนายกฯ และคาดว่าจะพูดคุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มอบหมายให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจได้เลย โดยไม่ห่วงเรื่องคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯ ที่จะเป็นเหตุให้ตีตกไปเหมือนครั้งที่ผ่านมา

“พรรคเพื่อไทยหวังว่า อยากให้การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยครั้งแรกผ่าน ได้รับการเลือกเลย เพราะผ่านการโหวตมาแล้วถึงสองครั้ง” นายประเสริฐ กล่าว

เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีคำสั่งให้ชะลอการโหวตเลือกนายกฯ นายประเสริฐ กล่าวว่า หากจะนัดประชุมเพื่อเลือกนายกฯ อีกครั้ง ต้องรอคำสั่งจากศาลก่อน ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นวันใด หากมองจากกรอบเวลา ศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมทุกวันพุธ ซึ่งสัปดาห์นี้คงยากแล้ว ส่วนสัปดาห์หน้าก็เป็นวันหยุดเข้าพรรษา คาดว่าจะมีการนัดประชุมอีกวันที่ 10 ส.ค. แต่ก็ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน