เปิดระเบียบ ‘ราชทัณฑ์’ ใช้กับ ‘ทักษิณ’ หลังกลับไทย อยู่สบายจริงหรือไม่ ? เนื่องจากถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
27 ก.ค. 2566 – หลังจากที่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศแจ้งข่าวดีว่า นายทักษิณ เตรียมเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 10 ส.ค. ที่จะถึงนี้ โดยใช้เครื่องบินส่วนตัวลงจอดที่สนามบินดอนเมือง ขณะที่หลายหน่วยงานเตรียมรับมือ เนื่องจาก นายทักษิณ มีหมายจับติดตัว และต้องเป็นผู้ต้องขัง
กรมราชทัณฑ์เป็นอีก 1หน่วยงานที่ หลายคนจับตามองจะปฏิบัติ ต่อ นายทักษิณ อย่างไร นำตัวไปคุมขังไหน ซึ่งนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกมาระบุว่า นายทักษิณถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่ง มีวิธีการปฏิบัติ ตามหลักมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

ทั้งนี้มาตรฐานดังกล่าวในส่วนของ การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังสูงอายุ พบมีเนื้อหาสาระสำคัญ ได้กำหนด คำนิยาม ของคำว่า ผู้ต้องขังสูงอายุ โดยระบุว่า ต้องขังสูงอายุ หมายถึง ผู้ต้องขังที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายต้าน ทั้งทางร่างกาย ทางสมอง ทางอารมณ์ และทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาอยู่ในเรือนจำและทัณฑสถาน ส่งผลให้บุคคลกลุ่มนี้ อาจมีความวิตกกังวล เครียด ซึมเศร้า และก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ผู้ต้องขัง สูงอายุจึงต้องมีการปรับตัว ทัศนคติ และพฤติกรรม ที่ถูกต้องเหมาสม ดังนั้น เรือนจำ
ทัณฑสถาน จึงต้องให้ความสำคัญในการการควบคุมดูแลผู้ต้องขังสูงอายุ โดยคำนึงถึงความต้องการขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมต่อช่วงวัย จัดสวัสดิ์การและการสงเคราะห์ช่วยเหลือโดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและบรรเทาภาวะความเสื่อมถอยของร่างกาย และการให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ ซึ่งทำให้ผู้ต้องขังสูงอายุมีคุณภาพชีวิตและจิตใจที่ดี
สำหรับขั้นตอนรับตัวกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ ราชทัณฑ์จะดำเนินการเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป
การรับตัวผู้ต้องขังสูงอายุ จะดำเนินการเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป โดยจัดทำประวัติรายละเอียดเกี่ยวกับคดี กำหนดโทษ ประวัติการต้องโทษ ประวัติการรักษาพยาบาล ภูมิลำเนา จำนวนบุตร ความสัมพันธ์ในครอบครัว ญาติที่สามารถติดต่อได้ พร้อมทั้ง เก็บรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ต้องขัง และระบอายุของผู้ต้องขังไว้ ในระบบข้อมูลผู้ต้องขังด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน ทราบ และสามารถวางแผนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ส่วนแนวการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังสูงอายุ ในการจำแนกนั้น ผู้ต้องขังสูงอายุ สามารถจำแนกออกเป็น 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
1.กลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้
2.กลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุที่มีโรคประจำตัว มีความเสื่อมของร่างกายแต่ยังพอช่วยเหลือตนเองได้บ้างในบางเรื่อง
3.กลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องการความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ต้องจัดทำเป็นแผนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล เป็นสิ่งสำคัญที่จะทราบถึงสภาพความต้องการและการดูแลที่ถูกต้อง

สำหรับช่วง 7 วันแรกจพต้องมีการปฐิมนิเทศ เพราะเรือนจำต้องทำความเข้าใจกับผู้ต้องขัง ให้รับรู้ถึงกฎ ระเบียบวินัย ข้อพึงปฏิบัติ และการปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต้องขังสูงอายุที่ต้องโทษครั้งแรกจะต้องการความช่วยเหลือแนะนำเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของเรือนจำได้ดีและอาจจะตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องขังอื่น ๆ ได้ง่าย
อีกทั้งการจัดสถานที่และการควบคุมผู้ต้องขังสูงอายุ เนื่องจากผู้ต้องขังสูงอายุมีปัญหา ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ตลอดจนการมองเห็น การรับรู้การแยกแยะรายละเอียด เกี่ยวกับสี ดังนั้น จึงควรปรับปรุงและพัฒนาสถานที่เพื่อเอื้อต่อการดำเนินชีวิต ของผู้ต้องขังสูงอายุ ได้แก่
อาคารเรือนนอน จึงควรจัดให้ผู้ต้องขังสูงอายุได้นอนอยู่ชั้นล่างสุดของอาคาร เรือนนอนเพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลงเรือนนอน หรือหากต้องขึ้นบันได ไม่ควรมีชั้นบันไดมาก ให้ทำราวบันไดทั้งซ้ายขวาและตรงกลาง เพื่อให้เป็น ที่ยึดในระหว่างเดิน ควรทำพื้นให้เรียบเสมอกัน จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ
ห้องสุขา ควรสร้างห้องสุขาแบบโถนั่ง มีราวพยุง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องขังสูงอายุ ที่มีปัญหาด้านข้อเข่า และปวดกล้ามเนื้อ โดยให้มี ทั้งในเรือนนอนและห้องกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพื้นห้องน้ำควรจะมีผิวสัมผัสที่หยาบเพื่อป้องกันการลื่นหกล้มเมื่อเปียก
ห้องเยี่ยมญาติ ควรจัดสถานที่เฉพาะสำหรับผู้ต้องขังสูงอายุ รวมทั้ง การอนุญาตให้เยี่ยมแบบใกล้ชิด เพราะการเยี่ยมตามปกติ จะทำให้ผู้ต้องขัง
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนระเรียบปฏิบัติ ที่กล่าวมาในข้างเป็นแนวการปฏิบัติ ที่ออกมาเพื่อใช้กับผู้ต้องขังทุกคนในเรือนจำ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากลของกรมราชทัณฑ์
อ้างอิงข่าว : มติชนออนไลน์