“จุรินทร์” แจง ประชาธิปัตย์ มีอุดมการณ์ โยนที่ประชุม ส.ส.-กก.บห. ตัดสิน ร่วม-ไม่ร่วม รัฐบาล เพื่อไทย ยันทิศทางการเมืองเหมือนเดิมที่ปฏิบัติมาทุกครั้ง ย้ำหัวใจสำคัญ เรื่องมาตรา 112

3 ส.ค. 66 – ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวลือพรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า

เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการพิจารณาในพรรคฯ เพราะการที่จะไปตั้งรัฐบาลกับพรรคไหน สมัยไหนก็ตาม เรามีข้อบังคับอยู่ ซึ่งจะต้องผ่านมติที่ประชุมร่วม ส.ส. กับ กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประชุมกัน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ที่ผ่านมามีการทาบทามมาหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และพรรคยังไม่เคยมอบหมายใครไปเจรจาเรื่องการตั้งรัฐบาล

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีบางส่วนอยากไปร่วม และบางส่วนไม่ร่วมรัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่เคยได้ยินว่าจะเกิดเหตุนี้ขึ้น

เมื่อถามว่า โดยส่วนตัว นายจุรินทร์ เห็นด้วยหรือไม่ ที่ประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยก็เป็นเหมือนคู่แข่งทางการเมืองมาโดยตลอด นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอให้เป็นมติจากที่ประชุมร่วมของพรรคฯ ซึ่งยังไม่ได้มีการประชุมกัน และพรรคฯ จะมีการประชุมเลือก กก.บห. พรรคชุดใหม่ ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ แต่ในขณะที่ยังไม่มี กก.บห.พรรคชุดใหม่ กก.บห. ชุดปัจจุบันก็ต้องรักษาการทำหน้าที่ไปพลางก่อน

เมื่อถามย้ำว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นการเสียอุดมการณ์ทางการเมืองหรือไม่ นายจุรินทร์​ กล่าวว่า ยังไม่ได้แปลว่า ขณะนี้จะไปร่วมหรือไม่ร่วม ขอให้เป็นมติที่ประชุมพรรค ตนไม่ขอให้ความเห็นตรงนี้ไปก่อน

แต่ขอเรียนว่า พรรคก็มีอุดมการณ์ของพรรค และตนก็เชื่อว่า ผู้แทนราษฎรทุกคนของพรรคก็มีศักดิ์ศรีในการที่จะดำเนินการอะไรในทางการเมือง และทั้งหมดก็จะต้องเป็นความเห็นร่วมกันของพรรคด้วย จึงจะดำเนินการทางการเมืองใดๆ ได้ เช่นที่เราเคยปฏิบัติมาในทุกครั้ง ที่มีการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะที่จะไปเป็นรัฐบาล เป็นแกนตั้งรัฐบาล เป็นพรรคร่วม หรือเป็นฝ่ายค้านก็ตาม

เมื่อถามว่า มีปัจจัยหลักอะไรในการตัดสินใจที่จะไป ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องให้ที่ประชุมร่วมของพรรคพิจารณา ตนไม่ขอให้ความเห็นคนเดียว แต่คิดว่าหัวใจสำคัญก็คือเรื่องมาตรา 112 ซึ่งเราก็เคยพูดกันไว้ นอกจากนั้นก็ในเรื่องหลักการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้ที่ประชุมก็คงจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบต่อไป ถ้าจะมีการพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามมีความเห็นอย่างไรต่อคุณสมบัติของ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย นายจุรินทร์ กล่าวว่า ท่านก็เป็นนักธุรกิจนะ ส่วนรายละเอียดจะเป็นแบบไหนนั้นเราไปตอบแทนท่านไม่ได้ ถ้ามีการเสนอชื่อแล้วมีผู้สอบถามก็คงจะต้องไปฟังตรงนั้นว่า เป็นอย่างไร

ส่วนที่จะมีการให้ นายเศรษฐา ได้แสดงวิสัยทัศน์ในสภาฯ เหมือนตอนโหวต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคก้าวไกล หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องไปถามท่านประธานสภาว่า จะดำเนินการอย่างไร แล้วจะมีการเสนอชื่อ นายเศรษฐา จริงหรือไม่ เพราะก็ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 4 ส.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน