ชัยธวัช ห่วงรัฐบาลเพื่อไทย ถูกขั้วอำนาจเดิม กดดันแบ่งเก้าอี้ ครม. เผย ก้าวไกล จ่อเคาะทิศทางโหวตนายกฯ โยน ‘เพื่อไทย’ ตัดสินใจ กลับมาเป็น 312 เสียง
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 14 ส.ค. 2566 ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการถามความเห็นประชาชนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่ สส. ทำกันเอง ไม่ได้เป็นการมอบหมายจากพรรค ซึ่งจะนำเรื่องนี้กลับมาพูดคุยกันอีกครั้งในการประชุม สส. ในวันพรุ่งนี้ (15 ส.ค.) โดยตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันถึงทิศทางของพรรค คาดว่าจะได้ข้อสรุปในที่ประชุม สส. พรุ่งนี้
เมื่อถามกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เริ่มถูกกระแสกดดันจากพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ขอให้จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีก่อนโหวตนายกฯ รวมถึงปัญหาเรื่องของตัวแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มองว่าเรื่องนี้เป็นสถานการณ์ที่ลำบากของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า การจัดแบ่งตำแหน่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเรื่องปกติในการจัดตั้งรัฐบาล ในทางปฏิบัติก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องทำควบคู่กันไป เราก็มองด้วยความเป็นห่วงว่า การจัดตั้งรัฐบาลในสถานการณ์แบบนี้ก็น่าจะถูกเข้ามากำกับควบคุมโดยขั้วอำนาจเดิมมาก เป็นสิ่งที่น่าจะปฏิเสธยาก
“ส่วนพรรคก้าวไกลอยากให้กลับมาเป็น 312 เสียงเหมือนเดิมหรือไม่นั้น เรื่องนี้คงเป็นการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ตอนนี้พรรคก้าวไกลอยู่ในโหมดเตรียมตัวทำงานไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน เราก็ใช้ช่วงเวลานี้ในการเตรียมงานภายในพรรค พัฒนาศักยภาพความพร้อมในการทำงานของ สส. ใหม่” นายชัยธวัช กล่าว
เมื่อถามกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ ยืนยันว่าไม่ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ ง่ายๆ หลังพรรคก้าวไกล ถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน คงต้องคุยกันอีกครั้งหลังมีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
เมื่อถามถึงการรับสมัคร สส. ในการเลือกตั้งซ่อม จ.ระยอง นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินทางไปด้วยตัวเอง หลังได้หมายเลขผู้สมัครแล้วก็จะรีบประชาสัมพันธ์ ทั้งใน อ.แกลง และอ.เขาชะเมา เพราะยังกังวลว่ามีประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อม และตามปกติแล้วการเลือกตั้งซ่อม ประชาชนจะไม่ตื่นตัวเท่ากับเลือกตั้งทั่วไป ยืนยันจะสู้เต็มที่ เพราะเท่าที่ได้ไปสัมผัสพูดคุยกับประชาชน ก็ทำให้มีความมั่นใจว่า ก้าวไกลยังอยู่ในใจประชาชน