“ภูมิธรรม” ย้ำเพื่อไทย ยืนบนหลักการประชาธิปไตยไม่เปลี่ยน รับยอมเสียต้นทุนภายใต้ทางเลือกที่คับแคบ ย้ำพร้อมพิสูจน์ตัวเองกับประชาชน
วันที่ 16 ส.ค.2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดกำเนิดต่อมาจากพรรคไทยรักไทย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 40 ที่ร่างขึ้นภายหลังจากวิกฤติการเมือง พ.ค.2535 ครั้งนั้นทหารทุกเหล่าทัพยอมถอยออกจากการเมือง กระทั่งไม่มีใครคิดว่าประเทศไทยจะมีการรัฐประหารอีกแล้ว
แต่ต่อมาเมื่อสังคมไทยเกิดความขัดแย้ง แบ่งกลุ่มแบ่งสีกันอย่างรุนแรง พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน กระทั่งถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งยืนหยัดต่อสู้บนหลักการประชาธิปไตยมาโดยตลอด มาถึงวันนี้เรายังคงยืนยันบนหลักการประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง
- เพื่อไทย ฟุ้งได้เกิน 375 เสียง ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ แน่ เผยรู้อยู่แล้วก้าวไกลไม่โหวต
- ด่วน! พรรคก้าวไกล มีมติ ไม่โหวตให้แคนดิเดตฯ เพื่อไทย หลังผสมข้ามขั้ว เผย 3 เหตุผล
นายภูมิธรรม ระบุว่า การดำเนินงานการเมืองของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ กับความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี หัวใจสำคัญ คือแต่ละฝ่ายยอมถอยออกคนละก้าว ให้มาอยู่ในจุดที่ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชนกระบวนทัศน์เดิมในทางการเมือง มองพรรคการเมืองคู่แข่งคือการเอาชนะคะคานกัน
กระทั่งปัจจุบันยังเพิ่มอารมณ์เหยียดหยามด้อยค่าอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่ายเราอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ หากเปลี่ยนมุมคิดโดยใช้การเมือง เป็นเวทีที่ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ช่วยสลายขั้วความขัดแย้ง และนำพาบ้านเมืองออกจากหล่มความขัดแย้งดังกล่าว
นายภูมิธรรม ระบุต่อว่า การคิดและดำเนินการเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในภารกิจใหญ่เช่นนี้ มิใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทย เพราะในอดีตเราเคยเป็นฝ่ายถูกกระทำมาโดยตลอด แต่ภายหลังการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันภายในพรรค พวกเราได้ข้อสรุปที่ตระหนักดี ว่าหากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีของสังคมอย่างที่ทุกคนคาดหวัง

พรรคเพื่อไทยต้องคิดใหญ่ ด้วยใจที่ใหญ่ ใจที่กว้าง ภายใต้สถานการณ์ทางเลือกที่คับแคบอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทำงานกับความคิด ความรู้สึกของทุกคนภายในพรรคอย่างมาก เมื่อมองเห็นเป้าหมายที่ใหญ่กว่าผลประโยชน์ของพรรคเพียงฝ่ายเดียว พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้อง แสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุด และเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า โดยเปิดใจกว้าง จับมือทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง ที่ล้วนแล้วแต่ได้รับคะแนนเสียงการเลือกตั้งมาจากประชาชนที่หลากหลาย ในจำนวนสัดส่วนที่แตกต่างกัน เพราะ
นี่คือตัวแทนของประชาชน ส่วนหนึ่งของประเทศที่ต่างก็มีสิทธิ์และเสียงเท่าเทียมกัน การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทย เรายอมเสียต้นทุนทางการเมืองบางส่วนด้วยความเชื่อว่า “ทารกที่คลอดจากครรภ์มารดา ล้วนผ่านความเจ็บปวดฉันใด การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น ย่อมต้องผ่านความเจ็บปวดฉันนั้น” พรรคเพื่อไทยจะใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน เพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อพี่น้องประชาชน เรารับผิดชอบในสิ่งที่เราคิด เราทำโดยอนาคตจะเป็นบทพิสูจน์ ความคิดและความเชื่อของเรา