ณัฐชา ยัน ก้าวไกล ยกมือให้ เพื่อไทย ไม่เกี่ยวปิดสวิตช์ สว. ย้ำ ไม่ยกมือโหวตนายกฯ ให้ เพราะแนวคิดไม่ตรงกัน-ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว
เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 17 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่พรรคก้าวไกล ไม่โหวตสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นการผิดคำพูดที่เคยระบุ จะปิดสวิตช์สว. ว่า ตนคิดว่าวาทกรรมที่บอกว่า พรรคก้าวไกลต้องโหวตให้พรรคเพื่อไทย เพื่อปิดสวิตช์สว.นั้น ไม่ใช่ เพราะตอนนี้สว. กำลังใช้กลไกอำนาจของเขาในการบีบ ไม่โหวตสนับสนุนให้พรรคอันดับ 1 ของประชาชน
นายณัฐชา กล่าวว่า การปิดสวิตช์สว. คือให้สว.ไม่มีความหมายในการโหวตนายกฯ คือใช้เสียงของสภาล่างอย่างเดียว ตอนที่เรารวมเสียงได้ 312 เสียง ซึ่งถือว่าเป็นเสียงข้างมากจาก 500 เสียงของสส. ฉะนั้น การปิดสวิตช์สว. คือการให้เสียงของสส. มีอำนาจมากกว่า
แต่ตอนนี้สว.ได้ประสบความสำเร็จแล้ว ด้วยการไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ที่มาจากพรรคอันดับ 1 และใช้กลไกในการบีบว่าจะไม่โหวตให้พรรคต่างๆ และบอกให้พรรคการเมืองนั้นๆ กลัวสว. โดยไปโหวตให้ และมาบอกว่านี่คือการปิดสวิตช์สว. ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เป็นการบีบโดยทางอ้อม และเป็นการร่วมกันปิดสวิตช์ก้าวไกลมากกว่า
เมื่อถามว่า หากไม่โหวตนายกฯ พรรคเพื่อไทย จะยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรค 2 ลุงโดยชอบธรรมหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า ความชอบธรรมที่สุด คือการจับมือกัน 312 เสียง นี่คือความต้องการของประชาชนมากที่สุด และเป็นเรื่องที่พึงกระทำได้ดีที่สุดด้วย เนื่องจากเป็นเสียงที่ประชาชนต้องการให้บริหารราชการแผ่นดิน
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า เราปฏิเสธไม่ได้ว่าความต้องการของประชาชนในวันนี้ที่เลือกฝ่าย 312 เสียงมาอย่างถล่มทลาย แต่ฝ่าย 312 เสียงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีเสียงอื่นๆ มาแทรกแซง นั่นคือเสียงของสว. และพยายามกดดัน และให้ความเห็นต่างๆ ที่พยายามตีให้ 312 เสียงแตกออกจากกัน ซึ่งเมื่อเขาทำสำเร็จในขั้นแรกแล้ว จะรวมเสียงใหม่ก็แล้วแต่พรรคแกนนำในขณะนั้นที่จะตัดสินใจ
“เขาจะจับมือ 312 เสียงกันเหนียวแน่น และเอาเสียงอื่นมาบวกเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ หรือเขาจะตัดสินใจไม่จับมือกับ 312 เสียง และไปดึงอีกฟากหนึ่งก็สามารถทำได้ นั่นคือแนวความคิดของเขา แต่ไม่ตรงกับแนวความคิดของพรรคก้าวไกล เราเลยไม่สามารถโหวตให้ได้” นายณัฐชา กล่าว