สว.ดิเรกฤทธิ์ ยินดี ‘เศรษฐา-รัฐบาลใหม่’ ย้ำให้ทำงานเพื่อประโยชน์ประเทศ-รับฟังความเห็นต่างทุกฝ่าย-เสียงส่วนน้อย ปฏิเสธข่าวแจกกล้วยแลกโหวต ชี้เป็นเรื่องตลก ไม่มีใครทำเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว. กล่าวว่า ตนยินดีกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คนใหม่ ถือว่าเป็นนายกฯ ของตนและของคนไทยทุกคน ไม่ใช่นายกฯ ของเสียงข้างมากในสภาฯ เท่านั้น ทั้งนี้ ในการบริหารประเทศตนขอให้รับฟังความเห็นและความคาดหวังของประชาชน รวมถึงเสียงข้างน้อยด้วย และขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ ตนขอเอาใจช่วย
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่อยากฝาก คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทยจะขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมนัดแรก เพื่อทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งตนมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสำคัญและละเอียดอ่อน ควรพูดคุยและหารือร่วมกันกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความชัดเจน เช่น มีความจำเป็นต้องแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่ หากไม่แก้ไขทั้งฉบับ ไม่ต้องใช้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ใช้แค่ สส. ในฐานะตัวแทนประชาชน
ส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบันหลัก เช่น นิติบัญญัติ สถาบันตุลาคม องค์กรอิสระ ต้องระดมความเห็นเพื่อให้เกิดความชัดเจน รวมถึงต้องพิจารณาความเหมาะสม ความจำเป็น และความคุ้มค่าในการดำเนินการ เพื่อสร้างการยอมรับ
นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นในประเด็นที่ถูกกล่าวหาในประเด็นความซื่อสัตย์ แม้ สว. จะให้ผ่านเพราะไม่มีข้อมูลเป็นที่ประจักษ์ว่านายเศรษฐา ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่หากมีผู้ยื่นเรื่องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ จำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนว่าไม่เกี่ยวข้องแบบสะเด็ดน้ำ รวมถึงต้องทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ว่าการทำหน้าที่นายกฯ ไม่มีประวัติด่างพร้อย ที่จะส่งผลต่อความไว้วางใจ
เมื่อถามถึงกระแสการดีลเพื่อขอเสียง สว.โหวตนายกฯ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่าเป็นธรรมดาของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นการดีล การล็อบบี้ ไม่ใช่ประเด็นปัญหาที่สำคัญ ส่วนข้อกล่าวหาว่าให้ประโยชน์ตอบแทน หรือ แจกกล้วย นั้น ตนไม่ทราบว่าพูดจริงหรือพูดเล่น หรือนำข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในสภาฯ พาดพิงถึง สว. ซึ่งตนและว.หลายคนคุยกันและมองว่าเป็นเรื่องตลก
“ไม่มีความเป็นจริงได้ เพราะคนที่เป็น สว. มีเกียรติภูมิ เกียรติประวัติ หากทำผิดจริยธรรม ผิดศีลธรรม ไปรับเงินเพื่อทำหน้าที่ผิดเพี้ยน เชื่อว่าไม่มีใครทำและไม่มีใครกล้าเสนอ อีกทั้งในสังคมปัจจุบันความลับใดในโลก ใครทำผิดจะมีมลทิน เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงผลโหวตที่ สว.เสียงแตก มองว่าจะเป็นปัญหาการทำงานในอนาคตหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า การทำงานในสภาฯ ต้องมีความเห็นต่าง ที่หลากหลายได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และในส่วนสว.เกิดขึ้นได้เช่นกัน ส่วนการลงมติที่พบว่ามีกลุ่มก้อนนั้น เพราะ สว.มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น และมีสว.ที่เป็นอดีตข้าราชการ เพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานที่หลากหลาย ดังนั้น การลงมติแบบกลุ่มก้อนไม่ใช่เรื่องผิดปกติ จึงเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในาทงที่ไม่เป็นลบกับการทำหน้าที่ของสว.
เมื่อถามถึงจุดยืนของสว. ต่อการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า สว.ไม่มีจุดยืนอะไร แต่สว.ต้องทำเพื่อประเทศชาติ ประโยชน์สาธารณะ ส่วนจะมีมติที่แตกต่าง หรือเป็นกลุ่มก้อนหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ
“ประชาธิปไตยเป็นไปได้สวย ทุกคนเคารพกติกา คนที่ทำรัฐประหารซึ่งลงมาเล่นในสนามเลือกตั้ง เมื่อเวลาก็ลงและวางมือ ผมขอยินดีกับรัฐบาลใหม่อีกครั้ง และคิดว่าจะเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน ทั้งนี้ ต้องชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ทำงานมายาวนานและวางรากฐานที่เป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว